คลังเก็บหมวดหมู่: ประวัติศาสตร์

ปริศนาคัมภีร์ไบเบิลถูกไขแล้วจริงหรือไม่?

สำหรับคัมภีร์ไบเบิลเราได้เชื่อว่าหลายๆคนก็หน้าจะรู้จักกันมาพอสมควรกันแล้วว่ามันคือคัมภีร์ไบเบิลที่มันอยู่ในศาสนาคริสต์และมันได้เป็นการบันทึกเรื่องราวต่างๆนานาในอดีตในหน้าประวัติศาสตร์ที่มันได้มีการเกิดขึ้นมาจริงแล้วก็บางอย่างมันก็ไม่สามารถที่จะพิสูจน์มันได้ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของหลักธรรมคำสอนในเหตุการณ์ต่างๆของบุคคลที่สำคัญหรือแม้แต่เรื่องลี้ลับที่มันได้อยู่เหนือธรรมชาติต่างๆ

ที่ได้รวมไปถึงมนุษย์ต่างดาวหรือบุคคลที่ได้ลงมาจากท้องฟ้าซึ่งส่วนใหญ่มันก็ได้มีการจดบันทึกเอาไว้อยู่ในหน้าคัมภีร์ไบเบิลอีกเช่นกัน ซึ่งเหตุการณ์ต่างๆในหน้าประวัติศาสตร์ที่มันได้ถูกเขียนบันทึกเอาไว้ในหน้าคัมภีร์ไบเบิลมันมีอยู่เยอะแยะมากมายอยู่หลายเหตุการณ์มากแต่เหตุการณ์ที่เราได้รู้สึกว่ามันน่าสนใจ

และมันน่าค้นหามากที่สุดเราเชื่อว่าหลายๆคนก็อาจจะรู้จักกับเหตุการณ์นี้นั้นก็คือเหตุการณ์ที่บุคคลคนหนึ่งที่ได้อยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ที่ได้มีชื่อว่า โมเสส,Mosesได้รับคำสั่งจากพระผู้เป็นเจ้าว่าให้ทำการปลดปล่อยเพื่อชาวยิวจากการเป็นทาสในอียิปต์ในยุคนั้น

โดยเหตุการณ์ตรงนี้หากเราได้พูดคุยกันธรรมดามันก็คงจะเป็นเหตุการณ์ทั่วไปที่มันไม่ได้มีอะไรที่มันน่าสนใจแต่สำหรับเหตุการณ์นี้มันได้แปลกจากเหตุการณ์อื่นตรงที่ว่าได้มีการรับคำสั่งจากพระผู้เป็นเจ้าและพระผู้เป็นเจ้าก็ได้ให้พลังที่ศักดิ์สิทธิ์มากับโมเสส,Mosesพร้อมกับได้ใช้เวทมนต์เสกภัยพิบัติทั้งสิบให้กับชาวอียิปต์ในยุคนั้นและสามารถที่จะใช้พลังจากพระเจ้าแหวกทะเลแดงออกจนเห็นสันดอนทราย

และสามารถปลดปล่อยชาวฮิบรู ซึ่งตรงจุดนี้มันน่าสงสัยและมันน่าสนใจเป็นอย่างมากถ้าเอาตามข้อมูลที่เราได้มีการไปหามาแล้วเขาก็ได้บอกเอาไว้ว่าในช่วงประมาณ1,200-1,3000ก่อนคริสตศักราช ชาวอียิปต์นั้นกลัวว่าถ้าชาวฮิบรูจะรวมตัวกันลุกขึ้นต่อต้านดังนั้นพวกเขาจึงจำเป็นที่จะต้องสังหารเด็กชายและผู้ชายทั้งหมด

ที่ได้เป็นทาสของชาวฮิบรูเพื่อที่จะยับยั้งไม่เกิดการก่อกบฏแต่ก็ได้มีเด็กผู้ชายที่ได้รอดชีวิตมาได้หนึ่งคนจากการสังหารหมู่ในครั้งนี้ได้ ซึ่งคนๆนั้นก็คือ โมเสส,Moses นั้นเอง แต่ในตอนนั้นเองโมเสสก็ยังไม่ได้มีชื่อได้เป็นเพียงเด็กแรกเกิดที่ได้เป็นคนชาวฮิบรูเท่านั้นด้วยความที่ว่าแม่ของโมเสสที่จะต้องการให้โมเสสได้มีชีวิตรอดเขาก็เลยได้ทำการสารตะกร้าที่ได้ทำมาจากหญ้าปาปีรุสเอามาเป็นภาชนะในการใส่โมเสสเพื่อที่จะปล่อยให้โมเสสได้ลอยไปตามแม่น้ำและพร้อมกับว่ามีใครมาเจอและรับเด็กคนนี้ไปเลี้ยง

 

ขอบคุณผู้ ให้การสนับสนุนโดย  เว็บพนัน มั่นคง

บลัดดี้แมรี่ มันมีอยู่จริงๆหรือเปล่า

สำหรับเรื่องของบลัดดี้แมรี่เราเชื่อว่าพอหลายๆคนได้ยินชื่อนี้ก็คงจะนึกถึงพิธีกรรมที่ในโลกโซเชียลหรือคนในปัจจุบันเล่นกันในแนวล่าท้าผีกันซะส่วนใหญ่ว่าไปยืนอยู่หน้ากระจกห้องน้ำหรือในห้องที่มันกว้างๆแล้วปิดไฟให้สนิดหลังจากนั้นให้จุดเทียนวางเอาไว้ที่หน้ากระจกหรือถือแล้วดับเทียนพร้อมกับพูดว่าคาถาว่า บลัดดี้แมรี่ จำนวน3ครั้ง

ก็จะสามารถเห็นวิญญาณของบลัดดี้แมรี่ได้หรือบางพิธีกรรมก็บอกว่าให้ท่อง บลัดดี้แมรี่ เป็นจำนวน12ครั้งแล้วทำการหมุนตัวเป็นจำนวน12รอบก็จะสามารถพบเห็นได้เช่นกัน ซึ่งแต่ละตำนานของบลัดดี้แมรี่มันก็จะมีพิธีกรรมที่แตกต่างกันออกไปในยุคปัจจุบันค่อนข้างที่จะเยอะมากและผลที่ตามมาหลังจากที่ทำพิธีนี้ก็คือบางคนได้เห็นผู้หญิงยืนอยู่ในกระจกในสภาพค่อนข้างที่สยอง

หรือบางคนก็อาจจะจิตหลอนโวยวายว่าโดนผู้หญิงเข้ามาทำร้ายหรืออาจจะหนักที่สุดเลยก็คืออยู่ดีๆก็เกิดแผลในร่างกายหรือเกิดความผิดปกติในร่างกายจนเกิดเลือดออกบางส่วนของร่างกายมันก็มีเช่นกัน ซึ่งตรงนี้บางข้อมูลยังได้บอกว่าส่วนใหญ่มันจะเป็นสิ่งที่เฟคกันขึ้นมาเองแล้วจัดขึ้นมาเพื่อความบรรเทิงเพียงเท่านั้น ถ้าถามว่าตำนานของบลัดดี้แมรี่จริงๆแล้วมันเป็นการเรียกผีให้ออกมาจริงๆหรือเปล่าถ้าข้อมูลที่ได้ไปหามาต้องขอบอกตรงนี้เลยว่า

มันไม่ใช่ สำหรับเรื่องของบลัดดี้แมรี่จริงๆแล้วตามตำนานได้บอกเอาไว้ว่าพิธีกรรมบลัดดี้แมรี่คือพิธีกรรมของชาวยุโรปในยุคกลางสมัยก่อนที่มีความเชื่อกันว่าถ้าเราทำพิธีกรรมบลัดดี้แมรี่ที่มีการกระทำคือส่องกระจกถือเทียนพร้อมกับเดินถอยหลังแล้วท่องว่าบลัดดี้แมรี่เป็นจำนวน3ครั้งก็จะเห็นคู่ครองและคู่ชีวิตของคคุณในอนาคต

ซึ่งพิธีกรรมนี้ได้เป้นที่โด่งดังในยุคนั้นมากเพราะเรื่องคุณไสยมนต์ดําหรือเรื่องต่างๆที่เกี่ยวกับเวทมนต์ในยุคยุโรปงกลางค่อนข้างที่จะมีชื่อเสียงมากอาจจะด้วยที่ว่ายุโรปตอนกลางในยุคนั้นได้เป็นยุคที่แม่มดเฟื่องฟูและมีคนเชื่อในเรื่องของเวทมนต์อยู่เป็นจำนวนมากแต่ตามข้อมูลจริงๆเขาได้บอกว่าพิธีกรรมนี้

มันก็ไม่ได้โลกสวยเสมอไปถ้าเขาได้ทำพิธีกรรมนี้แล้วเห็นผู้ชายที่อยู่ในกระจกนั่นคือความเชื่อที่พวกเขานั้นได้เชื่อกันว่าจะได้ผู้ชายคนนี้เป็นสามีในอนาคตแต่ถ้าเห็นเป็นโครงกระดูกโพล่ออกมาในกระจกนั่นก็จะหมายความว่าคุณจะตายก่อนที่คุณนั้นจะมีครอบครัว

 

ขอบคุณ  เว็บพนัน  ที่ใหเการสนับสนุน

นายHoward Carterได้ค้นพบหลุมศพของพาโรห์

ถ้าหากว่าเราพูดถึงเรื่องของฟาโรห์แล้วเราเชื่อว่าหลายๆคนก็น่าจะรู้กันดีอยู่แล้วว่าความหมายของฟาโรห์มันคืออะไรฟาโรห์ที่เราได้พูดถึงกันอยู่ก็คือกษัตริย์ที่อยู่ในยุคอียิปต์โบราณที่คอยปกครองประชาชนอียิปต์ในยุคนั้น

แต่ถ้าหากว่าเราได้พูดถึงฟาโรห์เราเชื่อว่าหลายๆคนก็อาจจะนึกถึงฟาโรห์คนเดียวที่ดังที่สุดในยุคปัจจุบันอย่างฟาโรห์ตุตันคาเมน กันใช่หรือไม่แต่จริงๆแล้วฟาโรห์ก็ได้มีอยู่หลายรุ่นหลายสมัยมากถ้าเราได้ลองไปศึกษาให้ดีๆมันจะมีทั้งKingRamsesI KingRamsesII แล้วก็ยังมีกษัตริย์หญิงผู้ยิ่งใหญ่อย่างCleopatraอีกด้วย

ซึ่งตรงจุดนี้ตอนที่เราได้ไปหาข้อมูลมาเราได้ตั้งคำถามกับตัวเองว่าทำไม ตุตันคาเมน หรือ ฟาโรห์ ตุตันคาเมนถึงได้เป็นที่พูดถึงกันมากที่สุดในยุคปัจจุบันคำตอบที่เราได้มาจากข้อมูลก็คือสำหรับโลงศพของ  ตุตันคาเมน หรือสถานที่ที่ได้มีการค้นพบมันได้เป็นแค่เพียงสถานที่เดียวที่ได้มีความสมบูรณ์มาที่สุดในบรรดาฟาโรห์ทั้งหมดนั่นเอง และในคำที่มีสถานที่ที่มีความสมบูรณ์มาที่สุดก็ยังได้มีคำถามหลายอย่างได้ผุดขึ้นมา

อยู่ในหัวของนักโบราณคดีหลายคนด้วยไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของขนาดโลงศพที่ไม่สมประกอบกับมัมมี่ในโลงและส่วนห้องที่ได้เอาไว้ฝังโลงศพตามหลักฐานต่างๆหรือความหรูหราต่างๆมันไม่น่าจะเป็นโลงศพของฟาโรห์เลย หรือ ว่ามันจะเป็นในเรื่องของคำสาปที่ได้ถูกกล่าวเอาไว้ว่า หากผู้ใดที่ได้เข้ามารบกวนพาโรห์ผู้นั้นมันก็จะมีความเป็นไปโดยทั้งหมด ซึ่งตรงจุดนี้มันเป็นอะไรที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมากถ้าหากว่าเรานั้น

จะเจาะให้มันเป็นประเด่นๆไปเราขออนุญาติเจาะเข้าไปในเรื่องของคำสาปกันก่อนเลย ย้อนความกลับไปเมื่อในปี1922 ได้มีข้อมมูลที่ได้ถูกบันทึกเอาไว้ว่านักโบราณคดีท่านหนึ่งที่มีชื่อว่าHoward Carterและพร้อมกับทีมงานของเขาอีก24คนได้มีการค้นพบหลุมศพของพาโรห์ท่านหนึ่ง

และในเวลาต่อมาก็ได้ทราบชื่อว่าฟาโรห์ ตุตันคาเมน และหลังจากที่ได้มีการค้นพบก็ได้มีการขนย้ายพระศพออกไปมีการขนย้ายสิ่งของต่างๆที่เป็นเครื่องรางสมบัติที่ถูกเก็บอยู่ในห้องพระศพนั้นก็ได้เอาออกมาหลายชิ้นหรือแทบทั้งหมดเลยและทีนี้ในเวลาต่อมามันก็ได้มีเตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น

เพราะทีมสำรวจของHoward Carterทั้ง24คนก็ได้เริ่มีการตายและเสียชีวิตกันในรูปแบบแปลกๆกันทุกคนแต่ก็ได้มีการเสียชีวิตแปลกๆอยู่2คนที่น่าสนใจและได้ถูกพูดถึงในอดีคจนใสถึงปัจจุบันและได้เป็นคนที่อยู่ใกล้ตัวของHoward Carterด้วย และนั้นก็คือLord CarnarvonและBruce Ingham  

 

สนับสนุนโดย  sagame66

6 ตุลาคม2519เหตุการณ์กราดยิงนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์

      เชื่อว่าอะไรคนคงยังจำเหตุการณ์เหล่านี้กันได้ดีไม่มีวันลืมโดยเฉพาะเรานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่เป็นรุ่นน้องต่างคงยังรำลึกอะไรถึงรุ่นพี่ที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับจากเหตุการณ์จราจลที่เกิดขึ้นในวันที่ 6 ตุลาคมปีพุทธศักราช 2519 โดยเหตุการณ์ในครั้งนั้นมีนักศึกษามหาวิทยาลัยเสียชีวิตไปเป็นจำนวนมากและอีกจำนวนมากที่ได้รับบาดเจ็บเรามาย้อนวันวานกันดีกว่าว่าในวันดังกล่าวนั้นเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น

    จุดเริ่มต้นของเรื่องราวนั้นขึ้นมาจากเมื่อกลุ่มนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยได้มีการรวมตัวกันเพื่อจัดดการอธิปรายเรื่องเกี่ยวกับการไม่อยากให้จอมพลถนอมกิตติขจรกลับมาดำรงตำแหน่งในรัฐบาลอีกซึ่งการจัดการอภิปรายในครั้งนั้นจัดขึ้นที่ท้องสนามหลวงช่วงกลางปีพศ 2519 และไม่ใช่เพียงแค่ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาเท่านั้น

ที่มีการจัดการอภิปรายมหาวิทยาลัยต่างๆไม่ว่าจะเป็นที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่หรือแม้แต่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ต่างก็นัดกันหยุดเรียนเพื่อทำการประท้วงจนถึงขนาดที่ว่าทางมหาวิทยาลัยต่างๆต้องมีการแจ้งให้มีการเลื่อนการรับปริญญารวมถึงเลื่อนการสอบปลายภาคเรียนและเหตุการณ์ก็ยิ่งทวีความรุนแรงเกิดขึ้นหลังจากที่นักศึกษายังคงมีการประท้วงกันอย่างต่อเนื่องทุกวันในที่สุดวันที่ 4 ตุลาคมปี พ.ศ. 2519

ช่วงเวลาตอนบ่ายที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นำโดยคณะศิลปะการแสดงได้มีการตัดการแสดงการร่ายรำโดยหวังจะให้นักศึกษาได้จำเรื่องราวเหตุการณ์ที่นักศึกษาถูกฆ่าตายทำให้ในตอนนั้นนางนงเยาว์ซึ่งมีตำแหน่งอยู่ในรัฐบาลได้เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจสนชนะสงครามว่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการจัดการกับนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ชมรมศิลปะ

การแสดงเหตุเพราะมีการแสดงละครที่เหมือนเป็นการล้อเลียนโดยบอกว่านักแสดงที่รับบทเป็นคอนนั้นมีใบหน้าเหมือนกับสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าการทำเช่นนี้นางนงเยาว์ถือว่าเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หลังจากนั้นเรื่องราวยิ่งบานปลายใหญ่โตเมื่อช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 5 ต่อเนื่องยาวไปถึงช่วงประมาณช่วงเช้าของวันที่ 6 เดือนตุลาคมพลตำรวจโทชุมพล  โลหะชาละ

ได้มีการอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทหารสามารถยิงนักศึกษาได้โดยไม่มีความผิดทำให้เหตุการณ์ในครั้งนั้นมีนักศึกษาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เสียชีวิตไปหลายคนซึ่งนักศึกษาต่างก็พากันวิ่งหนีเข้าไปในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ในที่สุดทางคณะปฏิรูปก็สามารถจัดการกับนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้

โดยมีคนถูกจับทั้งสิ้น 4287 คนซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่มีความรุนแรงและเหตุการณ์นี้ยังคงอยู่ในใจของนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

         การที่นักศึกษาออกมาชุมนุมเกี่ยวกับเรื่องทางการเมืองนั้น นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เคยเกิดขึ้น แต่มีเหตุการณ์หลายเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่เคยเกิดมาแล้ว และไม่แน่ว่าหลังจากนี้จะมีเหตุการณ์แบบเดียวกันนี้เกิดขึ้นอีกหรือไม่ 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8 line

ประวัติลูกเสือโลก

       เมื่อเราเรียนรู้กันแล้วว่าลูกเสือไทยนั้นมีต้นแบบมาก่อนหน้านี้ที่มีคนตั้งกองลูกเสือขึ้นมาก่อนเราก็คือประเทศอังกฤษกับประเทศสหรัฐซึ่งประเทศไทยนั้นเป็นประเทศที่ 3 ที่มีการตั้งกองลูกเสือขึ้นมาโดยเรามีการกำหนดว่าทุกวันที่ 1 ของเดือนกรกฎาคมในทุกๆปี

จะถือว่าเป็นวันสำคัญอย่างยิ่งของลูกเสือไทยซึ่งเขาก็จะมีการจัดกิจกรรมต่างๆเกี่ยวกับลูกเสือซึ่งจริงๆแล้ววันที่ 1 กรกฎาคมนอกจากจะเป็นวันลูกเสือไทยแล้วยังตรงกับวันลูกเสือแห่งชาติอีกด้วยเพราะฉะนั้นในวันนั้นไม่ว่าจะเป็นลูกเสือเนตรนารีก็จะมาทำกิจกรรมร่วมกันลูกเสือหมายถึงเด็กผู้ชายส่วนเนตรนารีนั้น

ก็จะหมายถึงเด็กผู้หญิงและลูกเสือโลกนั้นหากเราอยากจะรู้ว่าใครเป็นผู้ก่อตั้งแล้วก็ผู้ก่อตั้งครั้งแรกนั้นก็คือประเทศอังกฤษโดยมีการก่อตั้งขึ้นเมื่อประมาณปีพ.ศ๒๔๕๐สำหรับคนที่ก่อตั้งลูกเสือครั้งแรกนั้นชื่อว่าท่านลอร์ดเบเดน    เพาเวลล์   

ซึ่งลักษณะของความคิดในการที่จะตั้งกองลูกเสือมาก็คล้ายๆกับพระบาทสมเด็จรัชกาลที่ 6 นั่นก็คือต้องการที่จะฝึกคนที่ไม่ใช่หรือไม่ใช่ทหารเอาไว้มาเป็นกองกำลังหนุนให้กับทหารยามที่มีศึกสงครามแล้วทหารขาดแคลนก็จะได้มีกองหนุนจากกลุ่มลูกเสือเหล่านี้ไปคอยช่วยเหลือและอีกอย่างหนึ่งก็คือต้องการให้คนที่มีการฝึกลูกเสือรู้จักกฎระเบียบแล้วก็นำความรู้ความสามารถไปบำเพ็ญกุศลบำเพ็ญประโยชน์ให้กับทุกคนในสังคมพอเริ่มมีการทำขึ้นมาปุ๊บประเทศอื่นๆก็เห็นว่าการจัดตั้งกองลูกเสือนี้ถือว่าเป็นวิธีการที่ดีหลายคน

ก็เลยเริ่มที่จะทำตามดังนั้นเพราะอังกฤษทำเป็นประเทศที่ 1 ประเทศสหรัฐอเมริกาก็เลยตั้งกองลูกเสือขึ้นมาบ้างเป็นประเทศที่ 2 แล้วไทยก็เป็นประเทศที่ 3 ที่มีการจัดตั้งกองลูกเสือขึ้นมาโดยส่วนใหญ่กิจกรรมของการลูกเสือนั้นก็คือลักษณะเดียวกันกับการฝึกของทหารเพียงแต่ว่าวิธีการฝึกงานอาจจะเบากว่าหรือไม่ต้องเข้มงวดเหมือนกับทหารมากนักแต่ก็ต้องการฝึกคนให้มีความสามารถมากพอที่จะออกไปสู้รบได้

เมื่อถึงคราวจำเป็นจริงๆดังนั้นถ้าหากเราอยากจะพูดถึงว่าใครเป็นบิดาแห่งลูกเสือโลกก็ต้องบอกเลยว่าบิดาแห่งลูกเสือโลกนั้นก็คือท่านลอร์ดเบเดนเพาเวลล์นั่นเองเพราะว่าเขาเป็นคนแรกที่มีการก่อตั้งลูกเสือขึ้นมาหลังจากนั้นประเทศอื่นๆก็มีการดำเนินรอยตาม

เมื่อถึงวันที่ 1 กรกฎาคมของทุกปีก็จะยังมีการจัดกิจกรรมวันลูกเสือโลกซึ่งในทุกประเทศที่มีการตั้งกองลูกเสือขึ้นมาก็จะทำกิจกรรมในประเทศของตนเองแต่ก็จะเป็นการจัดกิจกรรมเพื่อระลึกถึงผู้ก่อตั้งลูกเสือของประเทศของตนเองและระลึกถึงผู้ก่อตั้งลูกเสือโลกซึ่งการที่มีการตั้งชื่อว่าลูกเสือหรือว่า Scout นั้นมันจะหมายถึงบุคคลที่มีความซื่อสัตย์จริงใจมีน้ำใจมีมารยาทเป็นคนดีมัธยัสถ์นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  bk8 live tv

สวนลอยน้ำและอาคารฟาโรสที่มหัศจรรย์มากที่สุดในยุคโบราณ

สุสานมุสโซเลียมแห่งฮาลิคานาสซัส

นอกจากนี้สถานที่แห่งนี้ก็ได้ถูกสร้างขึ้นมาโดยพระนางอาร์เตมีเซียพระมเหสีของกษัตริย์มุสโซเลียมแห่งคาเลียเพื่อให้เป็นหลุมฝั่งศพของกษัตริย์มุสโซหลังจากที่พระองค์ได้สินพระชนม์เมื่อเวลาประมาณ350ปีก่อนคริสตศักราช ซึ่งในสถานที่แห่งนี้นั้นมันได้อยู่ที่เมืองซาเลีย ที่ประเทศอิหร่าน

สำหรับปัจจุบันนี้ตัวด้านสุสานเองก็ได้มีความสูงประมาณ135ฟุต โดยประมาณ และความสูงรอบๆนั้นจะมีความสูงอยู่ที่ประมาณ460ฟุต นอกจากนี้การนำวัตดุนำเอามาก่อสร้างนั้นมันจะเป็นหินอ่อนล้วนๆและในส่วนที่มันได้เป็นหลังคาสี่เหลี่ยมนั้นมันก็ยังได้มีรูปที่แกะสลักของพระเจ้ามุสโซเลียมที่ได้ขี่ม้าเทียมอย่างสวยงาม

จากนั้นต่อมาในช่วงศตวรรษที่12ก็มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวเกิดขึ้นตามมา จากนั้นก็ได้ทำให้สุสานแห่งนี้ไปพังหายไปและหลงเหลือเอาไว้แต่ซากที่มันหักพังเท่านั้นเอง

สวนลอยน้ำแห่งบาบิโลน

สำหรับสถานที่แห่งนี้นั้นมันได้เป็นสวนน้ำของสถานที่บาบิโลน ซึ่งได้ตั้งอยู่ด้านแม่น้ำยูเฟรติสในแผ่นดินประเทศอิรักในปัจจุบัน โดยมันได้เป็นสิ่งที่ก่อสร้างขึ้นมาได้อย่างมหัศจรรย์ที่ได้มีกษัตริย์ที่2แห่งกรุงบาบิโลน ที่ได้มีคำสั่งให้ได้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อมอบให้กับมเหสีเมื่อเวลาประมาณ600ปีก่อนคริสตศักราช

ซึ่งสำหรับสวนลอยน้ำนี้ที่ได้ถูกสร้างขึ้นมาบนพื้นน้ำกึ่งทะเลทรายนั้นที่มีลักษณะเป็นชั้นกั้นขึ้นไปเป็นสูงประมาณ75ฟุตบนพื้นที่400ตารางเมตร ซึ่งในระเบียงของแต่ละชั้นนั้นก็ยังได้ตกแต่งได้ด้วยต้นไม้ที่มีความสวยงามเยอะแยะมากมายอีกด้วย

ประภาคารฟาโรส แห่งอเล็กซานเดรีย

สำหรับสถานที่แห่งนี้นั้นมันได้ตั้งอยู่บนเกาะฟาโรสอยู่ที่ริมฝั่งทะเล เมดิเตอร์เรเนียน ณ ที่เมืองอเล็กซานเดรีย ประเทศอียิปต์ ซึ่งได้ก่อสร้างขึ้นมาเมื่อระยะเวลาประมาณ270ปีก่อนคริสตศักราช นอกจากนี้ในส่วนของตัวประภาคารนั้นได้มีความสูงประมาณ200-600ฟุตจากนั้นได้สร้างขึ้นด้วยหินอ่อนและไปแกะลายด้วยวิจิตอย่างบรรจงมากอีกทั้งภายในนั้นก็ได้มีบันได้ที่ขึ้นเป็นวงกลมที่เอาไว้เดินขึ้นไปสูงยอดของตัวประภาคาร

นอกจากนี้ก็ยังได้มีตะเกียงที่มีขนาดใหญ่ที่จะคอยส่องแสงสว่างให้เห็นได้อย่างชัดเจนในช่วงกลางคืน แต่ถึงอย่างไรก็ตามในช่วงประมาณศตวรรษที่13ส่วนของประภาคารฟาโรสนั้นในช่วงนั้นเองก็ได้เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวจึงทำให้ตัวอาคารฟาโรสนั้นได้พังลงมาจนไม่เหลืออะไรอีกเลย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8thai

เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเหรียญบาทพญาครุฑ

เครื่องรางที่เราได้นำมาวัตถุชนิดนี้ถือได้ว่ามันเป็นสิ่งที่จำเป็นที่อยู่ติดตัวเรามาตลอดในชีวิตประจำวันเพราะว่านี่มันเป็นเหรียญบาทแต่สำหรับเหรียญรุ่นนี้เขาบอกกันมาว่ามันไม่ธรรมดา

เพราะว่าได้มีเสียงร่ําลือถืออานุภาพทางด้านการป้องกัน สิ่งชั่วร้ายมาช้านาน ตั้งแต่ที่ได้มีการริเริ่มผลิตเหรียญรุ่นนี้ออกมา เรากำลังจะพูดถึงเหรียญบาทพญาครุฑ รัชกาลที่ 9 ปี2517 ทำไมใครเขาถึงได้ว่าเหรียญบาทพญาครุฑรุ่นนี้ได้มีอนุภาพทั้งที่มันก็ได้เหรียญเพีลงแค่เหรียญเงินธรรมดารุ่นหนึ่ง

แต่บรรดาเหล่านายพรานป่าคนที่สัญจรเดินทางขับรถไปมารวมไปถึงผู้คนที่เล่นของขลั่งเขาก็ได้หากันเป็นอย่างมากว่ากันว่ามันจะช่วยป้องกันภูตผีปีศาจรวมไปถึงสิ่งชั่วร้ายได้ทั้งหมด ซึ่งก็ได้เข้าไปถามกับผู้ที่ได้มีความเชี่ยวชาญทางด้านนี้โดยเฉพาะเขายังได้กล่าวอีกว่าเพราะว่าลักษณะของเหรียญรุ่นนี้มันได้มีลักษณะของพญาครุฑที่ได้มีความแตกต่างไปจากรุ่นอื่นๆ

ซึ่งทางด้านของขาทั้งสองข้างของพญาครุฑรูปนี้ ซึ่งได้จัดอยู่ในท่าขาที่ตรง และนั้นเองมันได้เป็นท่าที่พญาครุฑนั้นกำลังพุ่งลงมาเพื่อจัดการเหยื่อและที่ได้มีให้เห็นแบบนี้เพียงแค่ไม่กี่รุ่นเท่านั้น ซึ่งเหรียญที่ได้เป็นรุ่นที่เหมือนกันมันก็จะเป็นทรงเหลี่ยม แต่สำหรับเหรียญรุ่นนี้มันจะเป็นทรงกลมตามลักษณะที่ควรจะเป็นในปี พ.ศ.25นั้นได้เป็นเลขคู่ธาตุดิน 17นั้นได้เป็นเลขคู่ของธาตุไฟ

ส่วนเหรียญรูปทรงกลมจะคอยรับธาตุลม การหลอมเหลวของนิเกิลโลหะที่ได้นำเอามาหล่อขึ้นได้เป็นธาตุนั้นจึงจัดได้ว่าเหรียญนี้ได้เป็นเหรียญที่ได้มีธาตุทั้ง4ครบ ดินน้ำลมไฟเลย อีกทั้งนี้ก็ยังได้มีลักษณะที่ตามตำราอยู่อีกหลายข้อ อย่างไรก็ตามเหรียญรุ่นนี้จะเป็นเหรียญที่มีฤทธิ์ขึ้นมาเอง

โดยจากธรรมชาติที่มีความเข้มขลั่งโดยถึงแม้จะไม่ได้มีการผ่านการปลุกเสกใดๆ ซึ่งมันได้เป็นสิ่งที่มีความบังเอิญที่สุดลงตัวที่ทุกอย่างนั้นได้ถูกต้องตามหลักการหมด ซึ่งในปัจจุบันนี้มันก็ยังได้กลายเป็นของที่หายากอีกทั้งยังมีคนต้องการสูง ส่วนใครที่มีอยู่แล้วก็ควรเก็บรักษาเอาไว้ให้ดีๆแล้วกัน

อีกทั้งยังได้มีเรื่องราวจากรุ่นมาสู่รุ่นของคนที่เป็นสัปเหร่อซึ่งได้มีเรื่องเล่าแล้วก็มีประสบการณ์อย่างมากมายเลยทีเดียวและก็อยากจะบอกเล่ามานานแล้วแต่ก็ยังไม่ได้มีโอกาสสักทีเพราะลุงของผมนั้นแก่มีการศึกษาน้อย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  next88 ฟรี เครดิต

สัตว์ที่มีความลึกลับที่เรายังเกิดไม่ทัน

Shark Ahoy

เมื่อในปี2010ทางด้านกูเกิลเอิร์ธนั้นได้สามารถจับรูปภาพของเจ้าปลาฉลามที่มีความลึกลับได้ที่ท่าเรือ ซึ่งถ้าหากว่าเรานั้นได้มองรูปภาพแล้วนั้นเราก็จะเห็นภาพได้อย่างชัดเจนว่ามันเป็นรูปของเจ้าปลาฉลามที่มันได้มีรูปลักษณ์ที่ดูผิดจากปกติขนาดใหญ่ นอกจากนี้ทางด้านนักวิเคราะห์ก็ได้สันนิษฐานว่าเจ้าปลาฉลามตัวนี้

มันอาจจะมีระดับความยาวประมาณ35ฟุตกันเลยที่เดียวแต่สิ่งที่มันดูแปลกไปจากนั้นก็คือมันไม่มีจดบันทึกในส่วนของข้อมูลอะไรเอาไว้เลยที่มันจะดูเหมือนกับเจ้าปลาฉลามลักษณะแบบนี้เลย และเจ้าสิ่งนี้มันอาจจะดูเหมือนกับเป็นปลาฉลามที่อยู่ในยุคของโบราณที่มันยังคงหลงเหลือและมีชีวิตอยู่ใต้ท้องน้ำมหาสมุทรมันก็อาจจะเป็นไปได้

ปลาโบว์โร่

สำหรับใครที่กำลังคิดอยู่ว่ายานUFOและเหล่าซอมบี้ ผี หรือ มนุษย์ต่างดาว ที่มันได้เป็นเรื่องราวที่ฟังดูน่ากลัวแล้วละก็สิ่งที่มันมีชีวิตเหล่านี้มันก็มองดูว่าน่ากลัวไม่แพ้กัน ซึ่งโดยนักวิศวะกรคนหนึ่งก็ยังได้บอกอีกด้วยว่าในขณะที่เขานั้นกำลังใช้งานของกูเกิลเอิร์ธอยู่นั้นเพื่อทำการสำรวจทางเรืออีฟบอล จากนั้นตัวของเขาเองก็จะได้ตกตะลึ่งกับภาพรูปหัวปลาที่มีขนาดใหญ่ที่มันได้หลบอยู่ที่ใต้ผิวน้ำ

ซึ่งมันได้มีรูปลักษณะที่ดูคล้ายกับเจ้าปลาโบวโร่เนื่องจากว่าเจ้าปลาชนิดนี้ได้ชอบแอบอยู่ที่ใต้มหาสมุทรลึกมันได้เป็นปลาที่ชอบหลบซ้อนตัวจากนั้นมันก็การโจมตีสัตว์เล็กที่ได้ผ่านหลุมที่มันซ่อนตัว นอกจากนี้ในการพบเห็นเจ้าปลาโบว์โร่นั้นมันก็ยังต้องเป็นการค้นหาคำตอบอยู่ต่อไปว่ารูปภาพเหล่านี้มันได้เป็นรูปภาพที่แท้จริงหรือว่ามันจะเป็นแค่เพียงรูปภาพตัดต่อเท่านั้น

Nessie

เนื่องจากใต้ท้องทะเลแห่งนี้มันเต็มไปด้วยความลึกลับเยอะแยะมากมายรวมไปถึงสิ่งที่มีชีวิตที่พวกมันได้หลบซ่อนและอาศัยอยู่ที่นั่นแต่ถึงอย่างไรก็ตามยังไม่ได้มีการสำรวจและค้นพบอีกเช่นกัน นอกจากนี้ยังได้มีรูปภาพปริศนาที่ถูกถ่ายภาพได้จากทางด้านกูเกิลเอิร์ธ เนื่องจากรูปภาพที่ได้เห็นกันอยู่นี้

ยังได้มีการวิเคราะห์แล้วว่ามันได้เป็นสัตว์ที่มีความลึกลับที่มันได้มีชื่อเรียกกันอยู่ว่าเนสซีจากดังรูปภาพที่ได้เห็นมันจะมีลำตัวที่ใหญ่ที่มันได้ว่ายอยู้ใต้ผิวน้ำเนื่องจากมมันได้ดูคล้ายคลึงกับล็อคเนสมอนสเตอร์ สำหรับเรื่องของเจ้าล็อคเนสมอนสเตอร์นี้มันได้เกิดเรื่องขึ้นเมื่อ1,500ปีมาแล้ว

ตำนานหอคอยเลือด  Bloody Tower 

           ที่เมืองลอนดอนประเทศอังกฤษนั้นมักจะมีตำนานเล่าขานกันสืบนารายณ์ตำนานซึ่งหนึ่งในตำนานที่ผู้คนต่างสนใจและยังคงหลอกหลอนผู้คนมาจนถึงปัจจุบันหนึ่งในตำนานนั้นก็คือวิญญาณเจ้าชายที่อาศัยอยู่ที่หอคอยเลือดหรือที่เราเรียกกันว่า  Bloody Tower ที่แห่งนี้

มีเรื่องเล่ามายาวนานตั้งแต่สมัยพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 5 ที่มีการสืบทอดบัลลังก์ร่วมกันกับเจ้าชายริชาร์ดทั้งสองพระองค์เป็นพี่น้องที่จะต้องมีการสืบทอดบัลลังก์ต่อจากเจ้าชายเอ็ดเวิร์ดที่ 4 แต่มีประวัติเป็นมาเล่าว่าทั้งสองพระองค์ได้หายตัวไปหลังจากที่เจ้าชายเอ็ดเวิร์ดที่ 4 ตายไปไม่นาน

โดยหลายคนเชื่อกันว่าทั้งสองพระองค์ถูกนำไปฆ่าเนื่องจากในตอนนั้นทั้งสองพระองค์ยังเป็นแค่เพียงเด็กน้อยที่ไม่สามารถต่อกรกับใครได้ทำให้ผู้ที่ต้องการอำนาจต่างก็พากันเยอะแยะ

อำนาจที่ต้องการครองบัลลังก์จึงได้มีการรักตัวรัชทายาททั้งสองพระองค์ไปฆ่าทิ้งและที่เป็นตำนานเล่าขานถึงความเฮี้ยนของหอคอยแห่งนี้เนื่องจากชาวอังกฤษเชื่อว่าวิญญาณของเจ้าชายทั้งคู่ยังคงรอคอยการแก้แค้นที่หอคอยเลือดแห่งนี้

ซึ่งมีคนเล่าว่าหากใครเดินมาที่หอคอยแห่งนี้ในช่วงเวลากลางคืนแล้วก็คุณจะเห็นกับเด็กน้อย 2 คนหน้าตาน่ารักอยู่ในชุดสีขาวบริสุทธิ์ทั้งสองคนจะจูงมือกันเดินไปเรื่อยๆแล้วอยู่ๆทั้งสองคนก็จะเดินหายไปเข้าไปในกำแพงของหอคอยเลือด และถึงแม้เรื่องนี้จะเป็นเพียงตำนานการเล่าต่อๆกันมาแต่ก็มีข้อสันนิษฐานที่คาดการณ์กันได้ว่าน่าจะเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริงเนื่องจากว่าในปีพุทธศักราช 1684 ได้มีช่างเดินทางมาซ่อมหอคอย

เนื่องจากหอคอยมีการทรุดโทรมมานานหลายปีซึ่งช่างที่เข้ามาซ่อมแซมได้มาเข้าซ่อมแซมทางฝั่งใต้ของหอคอยและพวกเขาก็ต้องตกลงเป็นอย่างมากเนื่องจากว่าพวกเขาได้พบกับหัวกระโหลกของเด็กน้อยจำนวน 2 หัวด้วยกันและเมื่อเรื่องนี้มีการแพร่ไปประชาชนชาวอังกฤษต่างก็เชื่อกันว่าหัวกะโหลกทั้งสองหัวนั้นน่าจะเป็นหัวเข่าของเจ้าชายน้อยทั้งสองพระองค์ที่หายสาปสูญไป

และถึงแม้ชาวเมืองต่างก็พากันทำบุญสวดมนต์ให้กับเจ้าชายทั้ง 2 คนเพื่อให้เจ้าชายได้ไปสู่สุคติแต่ใครก็ตามที่เดินมาวนเวียนที่หอคอยแห่งนี้ในช่วงเวลากลางคืนต่างก็ยังพบเจอวิญญาณของเจ้าชายน้อยทั้งสองพระองค์ที่มักจะมาเดินและวิ่งเล่นรอบๆบริเวณหอคอยจึงทำให้หอคอยแห่งนี้กลายเป็นหอคอยที่เป็นที่กล่าวขานเป็นอย่างมากๆเป็นหอคอยที่มีความเพียรมากที่สุดหอคอยหนึ่งในประเทศอังกฤษซึ่งทางเมืองต่างก็จะหลีกเลี่ยงการเดินทางมาที่หอคอยนี้ในช่วงเวลากลางคืนผมไม่ต้องการเจอกับเจ้าชายน้อยทั้งสองพระองค์นั้นเอง 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  dewabet

หลุมกลางทะเลที่มีขนาดใหญ่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีให้เห็น

หลุมน้ำเงินครามแห่งเบลิซ

สำหรับหลุมดังกล่าวนั้นได้เรียกกันว่าหลุมน้ำเงิน ซึ่งมันได้เป็นสีที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนและยังได้มีความที่โดดเด่น หากไม่ว่าเราจะมองยังไง ใครที่ได้มองเห็นต่างก็จะคิดกันว่ามันได้เป็นหลุมอย่างแน่นอน และสำหรับหลุมดังกล่าวนั้นได้อยู่ออกห่างจากเกาะเบลิซประมาณเพียงแค่70กิโลเมตร เนื่องจากสถานที่แห่งนี้จึงได้มีรูปลักษณะที่เป็นทรงกลมที่ได้มองดูมันเกือบจะสมบูรณ์ นอกจากนี้หลุมดังกล่าวนั้นยังได้มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ300เมตร และได้มีความลึกอยู่ที่ประมาณ124เมตร

ทั้งนี้ยังได้เชื่อกันว่าที่หลุมดังกล่าวนั้นมันได้เป็นหลุมที่อยู่กลางทะเลที่มันเป็นหลุมที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดในท้องทะเล เนื่องจากนี้ยังได้มีการวิเคราะห์ว่ามันอาจจะเกิดการก่อตัวขึ้นในช่วงของยุคน้ำแข็ง ซึ่งหลุมวงกลมนั้นได้มีความลึกของระดับน้ำอยู่ที่ประมาณ100-120เมตร ทั้งนี้มันยังได้ต่ำไปกล่าวในปัจจุบัน ซึ่งวิเคราะห์แล้วว่าเดิมที่เริ่มแรกนั้นหลุมแห่งนี้มันยังได้เคยเป็นถ้ำมาก่อนแล้ว

เมื่อเวลาผ่านนานไประดับน้ำมันก็สูงขึ้น จึงทำให้มีน้ำที่สูงกว่าตัวถ้ำทั้งหมดจากนั้นเพดานก็ยังถูกน้ำกัดทำให้เพดานนั้นได้ถล่มลงไปและเกิดการยุบตัวลงเป็นอย่างมากมันก็เลยเกิดเป็นหลุมดังกล่าวอย่างที่เรานั้นได้มองเห็นกัน นอกจากนี้ในหลุมดังกล่าวนั้นหากได้ลงไปที่ระดับน้ำความลึกประมาณ40เมตรมันก็จะมีอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ24องศาเซลเซียส ในทุกๆปี บอกได้เลยว่าเย็นสบายเลยทีเดียว

นอกจากนี้สถานที่ที่ได้เป็นหลุมสีน้ำเงินนั้นยังได้มีนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาดำน้ำ ณสถานที่แห่งเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ก็ยังได้จบชีวิตของตัวเองเอาไว้ที่หลุมแห่งนี้เหมือนกัน เนื่องจากนี้ที่สาเหตุที่มันได้เกิดขึ้นมาแบบนั้นมันก็เพราะว่าในหลุมนั้นหากได้ดำน้ำลงไปอยู่ที่ประมาณระดับความลึกประมาณ60เมตร นอกจากนั้นมันก็จะทำให้มีอาการเหมือนเมาไนโตรเจนเมื่อได้ดำลงไปที่ระดับ60เมตร จากนั้นมันจะทำให้หมดสติ สำหรับในการที่จะดำน้ำลงไปในทุกๆ10เมตรนั้นจากนั้นถ้าหากว่าเรานั้นได้ดำลงไปที่ระดับความลึกที่มากขึ้นแล้ว

ซึ่งมันจะทำให้ไนโตรเจนที่มันได้มีอยู่บนอากาศนั้นไปมีการละลายเข้าไปในเนื้อเยื่อที่จะเข้าไปสู่ของเหลวที่อยู่ในร่างกาย หากคุณดำน้ำลึกลงไปมากเท่าไรมันก็จะจึงใช้ระยะเวลาที่มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้มันก็จะทำให้ปริมาณของไนโตรเจนนั้นมันก็จะมีปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งสำหรับไนโตรเจนนี้มันก็ยังได้เป็นสาเหตุที่เกิดอาการเมาเพราะถ้าหากว่ามันมีปริมาณที่มากจนเกินไปมันก็อาจจะทำให้เรานั้นไม่มีสติได้เช่นกัน