คลังเก็บหมวดหมู่: ประวัติศาสตร์

ประวัติสะพานหันในสมัยรัชกาลที่หนึ่ง

พูดถึงสะพานหันขึ้นมาแบบนี้เชื่อว่าหลายคนน่าจะรู้จักกันดีใช่หรือไม่ไม่ว่าจะเป็นคนที่ไปหาของกินย่านสะพานหันคนที่เคยไปช้อปปิ้งแถวสำเพ็งก็น่าจะเคยได้ยินชื่อสะพานหันหรือแม้กระทั่งคนที่ไม่รู้ทิศรู้ทางอะไรเลยก็น่าจะเคยได้ยินชื่อสะพานหันจากเกมเศรษฐีในภาษาไทยในสมัยเด็กเกมเศรษฐีช่องสุดท้ายก่อนที่จะเข้าปีใหม่รับภาษี2พันบาทมันจะต้องเป็นช่องสะพานหัน

ซึ่งเป็นช่องที่แพงที่สุดและคนก็จะแย้งกันโดยเราจำชื่อได้ดีเลยว่าสะพานหันแต่อยากรู้กันหรือไม่ว่าสะพานหันนั้นมันหันไปทางไหนหันซ้ายหรือหันขวาหันกลับหน้าหรือหันไปข้างหลังต้องบอกเลยว่าเราได้ไปศึกษาหาข้อมูลมาเล่าให้ทุกคนได้อ่านกันแล้วและบอกเลยว่าประวัติศาสตร์ของสะพานหันน่าสนใจเป็นอย่างมากพร้อมแล้วไปกันเลย

นอกจากนี้สะพานหันเป็นสะพานที่มีที่มาตั้งแต่รัตนโกสินทร์ตอนต้นจำได้ใช่หรือไม่ว่ากรุงรัตนโกสินทร์เป็นเมืองหลวงใหม่ที่ย้ายมาจากฝังกรุงธนบุรีย้ายข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามาในสมัยรัชกาลที่1แน่นอนแล้วว่าตอนที่สร้างเมืองหลวงใหม่แน่นอนแล้วว่าจะต้องมีการสร้างเมืองขึ้นมาแล้วเมืองในสมัยก่อนมันไม่ใช่เมืองในสมัยปัจจุบันนี้ที่แบบแพร่ขยายไปทั่ว

เนื่องจากนี้ในสมัยก่อนนั้นเมืองคืออะไรเมืองก็คือเกาะพระนครแปลว่ามันจะต้องเป็นเกาะเพื่อความปลอดภัยในการรบทัพจับศึกอะไรต่างๆเกิดมีใครมาล้อมเมืองเกาะ

ดังนั้นแน่นอนแล้วว่าบริเวณที่ดินแต่เดิมมันไม่ได้เป็นเกาะเมื่อมีการมาตั้งพระราชวังตั้งสนามหลวงตั้งอะไรใหม่เขาก็จะต้องมีการสร้างพระราชวงศ์สร้างป้อมสร้างกำแพลสร้างประตูเมืองขึ้นมาใหม่และก็ต้องมีการขุดคลองคคูเมืองอีกด้วย

โดยคลองคูเมืองในตอนนั้นก็ขุดเฉพาะบางช่วงเพราะว่าในบางช่วงมันก็ติดอยู่กับแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่แล้วใช้แม่น้เจ้าพระยาเป็นคูเมืองได้บริเวณที่ขุดก็ขุดยาวไปตั้งแต่บริเวณบางลำพูไปจนถึงบริเวณวัดเชิงเลนโดยขุดเป็นคลองกว้างสิบวาลึก5ศอกส่วนความยาว85เส้น13วาก็ค่อนข้างจะลึกและยาวมากเลยทีเดียว

ปรากฏว่าพอได้ขุดคูเมืองขุดอะไรเสร็จแล้วเกาะพระนครก็มีสภาพเป็นเกาะแล้วปัญหาก็คือแล้วประชาชนเดินทางเข้าออกไนพระนครกับนอกพระนครยังไงแน่นอนเดินไม่ได้ก็จะต้องมีสะพานเกิดขึ้นในตอนนั้นถ้าใครคุ้นกับประวัติกรุงเทพมหานครจะรู้ว่าที่ดินบริเวณเดิมที่เป็นเกาะพระนครเป็นที่อยู่ของชาวจีน

เมื่อมีการสร้างเมืองขึ้นชาวจีนก็เลยย้ายที่อยู่ไปที่บริเวณสำเพ็งดังนั้นบริเวณที่มีคนหนาแน่นมากที่สุดนอกเกาะพระนครก็คือที่บริเวณสำเพ็ง

 

ขอขอบคุณ  bk8  ที่ให้การสนับสนุน

ตำนานเผด็จการ นาย รีซึงมัน

ในปี ค.ศ.1960เมื่อประชาชนเห็นว่าไม่สามารถสู้ในระบบได้เลือกตั้งก็โดนโกงรัฐธรรมนูญก็โดนแก้ให้เหมาะกับเผด็จการไปเรื่อยๆประชาชนที่ทนไม่ไหวก็ออกกันทั้งประเทศเป็นครั้งแรกๆ

โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากนักเรียนนักศึกษาและแรงงานเรียกว่าApril 19 Movement ก่อนที่จะลุกลามไปทั่วประเทศประชาชนโกรธแค้นถึงขีดสุดฟางเส้นสุดท้ายก็คือมีการพบศพเด็กมัธยมอายุเพียง16ปีถูกทิ้งในทะเล

ซึ่งเด็กคนนี้คนที่หายตัวไปหลังเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่เพิ่งได้เกิดขึ้นไม่กี่วันก่อนหน้านั้นความแค้นนี้ทำให้เกิดการลุกฮือที่ต่อเนื่องมาอีกถึง2สัปดาห์ รี ซึงมัน ประกาศสภาวะฉุกเฉินทหารตำรวจได้ใช้กระสุนจริงกับประชาชนมีคนเสียชีวิตไปถึง186คนแต่ก็ไม่สามารถที่จะควบคุใสถานการณ์ได้สุดท้ายแล้ว รี ซึงมัน ก็ตัดสินใจหนี

โดยขอความช่วยเหลือจากCIAให้เอาเครื่องบินมาพาออกไป นายรีซึงมัน ลี้ภัยไปอยู่ที่ฮาวาย5ปีก่อนที่จะเสียชีวิตไปในที่สุดความเป็นเผด็จการของ นายรีซึงมัน ไม่ใช่แค่แก้รัฐธรรมนูญจนกลายเป็นรัฐธรรมนูญที่ออกแบบมาเพื่อพวกตัวเองเท่านั้น

ส่วนหนึ่งที่ทำได้ก็เพราะว่าในช่วงที่ประเทศอยู่ในสภาวะสงครามกับเกาหลีเหนือเขาก็ใช้โอกาสนี้ออกกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ

ซึ่งมันก็ชัดเจนว่าทำไปเพื่อความมันคงของตัวเองเพราะว่ากฎหมายถูกใช้กำจัดนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามและฝ่ายตรงข้ามแบบตามใจชอบโดยได้ตีตราว่าเป็นพวกฝักใฝ่เกาหลีเหนือแค่ช่วงต้นของสงครามเกาหลีมีนักโทษการเมืองถูกจับข้อหาคอมมิวนิสต์เกือบสามหมื่นคนถูกปรับทัศนคติเกือบสามแสน

นอกจากนี้ก็ยังได้มีการสังหารหมู่ประชาชนด้วยกำลังทหารอีกหลายต่อหลายครั้งเช่นในวันที่สงครามเปิดฉากกองทัพเกาหลีเหนือบุกเข้ามา นายรีซึงมัน กลับตัดสินใจสั่งประหารนักโทษการเมืองทั้งหมดเรียกได้ว่าโหดเหี้ยมมากๆ

ยุคสาธารณรัฐที่สอง 1960 – 1961 หลังจากที่นายนายรีซึงมัน ได้ลี้ภัยไปแล้วเกาหลีใต้ก็ได้เข้าสู่ยุคใหม่อำนาจได้กลับมาสู่พลเรือนอีกครั้งและได้เริ่มกระบวนการเข้าสู่ประชาธิปไตยมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญขนานใหญ่จำกัดอำนาจของประธานาธิบดีให้น้อยลงเพิ่มอำนาจให้้รัฐสภาที่ตั้งขึ้นมาใหม่ใช้ระบบรัฐสภาอำนาจสูงสุดอยู่ที่นายกรัฐมนตรี

รัฐสภานำโดยนายกรัฐมนตรี ชาง เหมียน เป็นยุคที่ฝ่ายซ้ายเริ่มผลักดันการเมืองมีการตั้งสหภาพอาชีพต่างๆมากมายเช่นสหภาพครูสหภาพนักข่าวในช่วงระยะเวลา8เดือนแรกของสาธารณรัฐที่2ประชาชนก็ได้มีการเคลื่อนไหวน้อยใหญ่ในเรื่องต่างถึง2พันครั้งและนายกรัฐมนตรี ชางเหมียนก็ถูกกดดันให้เช็คบิลกับเครือข่ายของ นาย รีซึงมัน มีคนถูกสอบสวนเกือบ4หมื่นคนข้าราชการและตำรวจหลายพันคนถูกขับออกจากตำแหน่งมีการวางแผนปฏิรูปกองทัพลดขนาดให้เล็กลงเพราะสงครามเกาหลีจบลงไปแล้ว

นายปรีดี พนมยงค์ จัดการกับผู้รุกรานที่ได้ยกพลขึ้นไทย

ภาพยนตร์เรื่องพระเจ้าช้างเผือกที่สร้างขึ้นโดยบริษัทปรีดีภาพยนตร์นี้สร้างขึ้นในแนวบรรยากาศโลกครั้งที่2กำลังกองตัวขึ้นในทวีปยุโปร

แนวคิดปรีดี ในฐานะผู้เขียนบทภาพยนตร์และอำนวยการสร้างพยายามที่จะนำเสนอผ่านภาษอังกฤษเรื่องนี้คือการกระตุ่นย้ำเตือนให้ชาวโลกหลีกเลี่ยงสงครามและให้ตระหนักถึงคุณค่าของการอยู่รวมกันอย่างสันติ

พระจ้าช้างเผือกถ่ายทำณรงถ่ายฟิล์มและในป่าจังหวัดแพร่โดยผู้แสดงส่วนใหญ่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยศึกษาวิทชาธรรมศาสตร์และการเมืองแต่ไม่ทันที่ภาพยนตร์เรื่องนี้จะได้ทำหน้าที่อันสำคัญอย่างยิ่งมหาสงครามโลก

ซึ่งได้กินระยะเวลายาวนานถึง6ปีและได้ฆ่าชีวิตผู้คนไปกล่าว40ล้านคนก็อุบัติขึ้นการเติบโตของระบอบเผด็จการชาตินิยมทั่วโลกนับแต่พุทธศักราช2465เป็นต้นมาได้กลายเป็นชนวนองสงครามโลกครั้งที่2ในที่สุด

เดือน กันยายน 2482 พรรคนาซีเยอรมนีได้เปิดฉากสงครามโดยการนำทัพบุกโปรแลนด์2ปีต่อมาญี่ปุ่นได้โจมตีกองทัพเรือที่เพิร์ลฮาร์เบอร์ของสหรัฐโลกแบ่งฝ่ายอังษะ

ซึ่งได้นำโดยเยอรมนี อิตาลี และ ญี่ปุ่น กับ ฝ่ายสัมพันธมิตร ที่นำโดยอังกฤษ อเมริกา รัสเซีย และ ฝรั่งเศส  2นาฬิกาของวันที่ 8 ธันวาคม 2484 กองทัพญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นบกพร้อมกันที่สมุทรปราการและอีก6จังหวัดตลอดชายฝั่งทะเลภาคใต้ทหารตำรวจและพลเรือนไทยต่อสู้อย่างดุดเดือดแต่ก็ยากที่จะต้านทานกองทัพรูปพระอาทิตย์ที่ได้มีความเหนือกว่าทั้งด้านกำลังพลและอาวุธยุทธพันธุ์

เช้าวันที่ 8 ธันวาคม ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมัดติเปิดทางให้ญี่ปุ่นผ่านเพื่อป้องกันการสูญเสียเลือดเนื้อของชาวไทยรัฐบาลประกาศให้ทหารและพลเรือนทุกจังหวัดให้ยุติการต่อต้านผู้รุกรานท่ามกลางความเศร้าของชาวไทยทั่วประเทศเย็นวันนั้น นายปรีดี นับหมายผู้ใกล้ชิดมาร่วมหาลือที่บ้านกระบวกการต่อต้านญี่ปุ่นหรือที่ในเวลาต่อมาที่รู้จักกันในชื่อกระบวกการเสรีไทยถือกำหนดขึ้นนับแต่นั้น3วันถัดมาสถานทูตไทยวอชิงตัน

ซึ่งนำโดยอัคราชทูต หนุ่มเสนีย์ ปราโมช ประกาศไม่ขึ้นต่อการตัดสินใจของรัฐบาลไทยและกระบวกการเสรีไทยภายนอกประเทศขึ้นภารกิจในช่วงแรกของเสรีไทยในประเทศ

นอกจากพยายามจัดตั้งกองกำลังเพื่อเตรียมการต่อสู่กับญี่ปุ่นแล้วยังต้องการความพยายามส่งข่าวความเคลื่อนไหวให้เสรีไทยภายนอกประเทศรับรู้เพื่อหาทางประสานกับฝ่ายสัมพันธมิตรต่อไปกำจัดพลานกูลศิษย์โรงเรียนกฎหมายที่สายรุ่นแรกที่ ปรีดี ในฐานะหัวหน้ากระบวนการเสรีไทยส่งไปยังประเทศจีนเพื่อหาทางติดต่อกับเสรีไทยในสหรัฐแต่คณะของจำกัดหายเงียบไปกว่า4เดือนหน่วยกล้าตายคณะที่สองจึงถูกส่งตามไป

เดือน กันยายน 2487 เสรีไทยภายในประเทศกับเสรีไทยกับสหรัฐอเมริกาติดต่อกันได้อย่างสำเร็จส่งผมทำให้ฝ่ายสัมพันธมิตรสามารถให้การช่วยเหลือกระบวนการทั้งด้านอาวุธและการวางแผนยุทธการอย่างเต็มที่

 

สนับสนุนโดย  dewabet

คณะราษฎรเป้าหมายเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศ พ.ศ.2469

จุดเริ่มต้นของคณะราษฎรเริ่มจากนักเรียนกฎหมายทุนรัฐบาลฝรั่งเศษ ปรีดี พนมยงค์ ที่มีเพื่อเป็นคนไทยด้วยกันก็คือ ร.ท.ประยูร ภมรมนตรี ที่ได้ลาออกจากราชการทหารมาเรียนต่อด้านรัฐศาสตร์สองคนนี้ได้เป็นตัวตั้งตัวตีทำสิ่งที่ไม่มีใครกล้าเริ่มช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ปี พ.ศ.2469 หรือ ค.ศ.1926

ที่หอพักที่ได้ตั้งอยู่ชั้นบนของคาเฟ่แห่งหนึ่งในปารีสก็ได้มีการประชุมของกลุ่มนักเรียนนอกทั้งพลเรือนและผู้ที่มาเรียนวิชาทหารในยุโรปประกอบไปด้วย ร.ท.แปลก ขีตตะสังคะ หรือต่อมาก็คือ พลป. พิบูลสงคราม นักเรียนทหารปืนใหญ่ ร.ต.ทัศนัย มิตรภักดี นักเรียนทหารม้า นายตั้ว ลพานุกรม นักศึกษาวิทยาศาสตร์ หลวงศิริราชไมตรี

หรือ นายจรูญ สิงหเสนี เป็นผู้ช่วยเลขานุการทูตสยามประจำกรุงปารีส นายแนบ พหลโธิน เนติบัณฑิตอังกฤษ ที่มีอาเป็นพระยาพหลพลยุหเสนาที่ได้ตามาเข้าร่วมและได้ถูกยกให้เป็นหัวหน้ากลุ่มในภายหลัง

โดยเริ่มแรกทั้ง7คนนี้มีเป้าหมายร่วมกันคือการเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศสยามจากระบอบสมบูรณาสิทธิราชย์มาเป็นการปกครองที่กษัตริย์จะอยู่ใต้กฎหมายสูงสุดหรือหมายถึงว่าประเทศสยามจะต้องมีConstitutionมีกฎหมายกำหนดอำนาจสูงสุดแบบเป็นลายลักษณ์อักษร

ซึ่งต่อมาจึงเลือกคำแปลเป็นภาษาไทยว่า รัฐธรรมนูญ กลุ่มคณะราศฎรยุคบุกเบิก ยังคิดคอนเซ็ปต์ที่สำคัญอีกอย่างก็คือหลัก6ประการของคณะราษฎรเป้าหมายเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศ ได้แก่ เอกราช ปลอดภัย เศรษฐกิจ เสมอภาค เสรีภาพ การศึกษา 

สำหรับเราแล้วพอได้ฟังผ่านๆมันก็คงเป็นสโลแกนที่ฟังดูไม่มีอะไรเท่าไรเหมือนเป็นอะไรสักอย่างที่นักเรียนมีไว้ท่องหน้าเสาธงตอนเช้า แต่หลัก6ประการนี้ถ้าพิจารณาดีๆเป็นความคิดที่พลิกฟ้าแผ่นดินเลยทีเดียวเพราะไม่เคยมีมาก่อนในประเทศสยามที่รัฐหรือผู้นำได้มีการประกาศอย่างชัดเจนว่าหน้าที่ของตนเอง

คืออะไรตนจะให้อะไรกับประชาชนบ้างเป็นการแสดงความรับรู้ว่าประเทศของราษฎรรัฐมีหน้าที่รับประกันว่าคนต้องงเท่ากันรับประกันว่าจะต้องสร้างเศรษฐกิจรับประกันว่าคนต้องได้รับการศึกษาต่างกับโลกในระบอบเก่าโดยสิ้นเชิงที่แผ่นดินนั้นมีเจ้าของอยู่แล้วและผู้อาศัยจะต้องอยู่ไปเรื่อยๆแบบรู้บุญคุณ

นอกจากนี้ยังจะต้องสำนึกเสมอว่าในฐานะผู้อาศัยเราต้องทำอะไรเจ้าของประเทศบ้างเอาจริงๆการที่ผู้นำจะมาสัญญิงศัญญาอะไรกับประชาชนนี่ถ้าไม่ใช่นักการเมืองก็ไม่เคยมีจะมีแต่ปราชนจะต้องท่องจำหน้าที่ของตัวเองอย่างเอาเป็นเอาตายตั้งแต่วัยเรียนเช่น เด็กเอ๋ยเด็กดี ต้องมีหน้าที่สิบอย่างด้วยกันหรือแม้แต่ค่านิยม12ประการล่าสุดก็มีแต่บอกว่าหน้าที่ของประชาชนที่ดีต้องทำอะไรบ้าง

 

สนับสนุนโดย  nowbet

วัดที่มีความสวยงามที่ต้องไปสักการะให้ได้สักครั้ง

สำหรับวันนี้เราขอเสนอในเรื่องวัดบนเขาที่ได้มีความสวยงามเหมือดั่งสวรรค์ที่ทุกคนนั้นจะต้องเดินทางไปกรายบไหว้ให้ได้สักครั้งในชีวิตเรียกได้ว่าในประเทศไทยนั้นถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจุดศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาเพราะจัดเต็มไปด้วยวัดวาอารามมากมาย 

ซึ่งในแต่ละวันนั้นก็จะมีจุดที่มีความโดดเด่นกันออกไปอีกไม่ว่าจะเป็นพระประธานประอุโบสถเจดีย์วิหารและอื่นๆนอกจากนี้แล้วบางวัดที่อยู่ในต่างจังหวัดก็ยังคงตั้งอยู่ในบริเวณที่มีทัศนียภาพที่สุดแสนตระการตาวันนี้เราจะขอพาเพื่อนทุกคนไปพบกับวัดที่สวยที่สุดในประเทศไทยที่เราจะต้องไปสักการะให้ได้เลยสักครั้ง

สำหรับวัดถ้ำเสือ จังหวัดกระบี่  

วัดถ้ำเสือ จังหวัดกระบี่ นั้นถือได้ว่าได้มีความสวยงามที่มหัศจรรย์และยังได้เป็นสถานที่ปฎิบัติธรรมวิปัสสนากรรมฐานที่น่าสนใจ

ซึ่งสภาพภายในของวัดถ้ำเสือนั้นได้มีลักษณะที่เป็นสวนป่าเป็นโพงถ้ำมีเพิงผาแหละแหล่งถ้ำที่เป็นธรรมชาติอย่างเช่นเลยถ้ำคนทันถ้ำรอดถ้ำช้างแก้วถ้ำลูกธนูถ้ำงูถ้ำเต่าถ้ำมือเสือและสิ่งที่มีความสำคัญภายในวัดถ้ำเสือนั้นดูเหมอืนว่าจะโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์มากที่สุดและยังได้เป็นที่นิยมชื่นชอบของเหล่าบรรดานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

นอกจากนี้แล้ววัดถ้ำเสือนั้นได้อยู่ห่างออกไปจากตัวเมืองกระบี่ไปประมาณ9กิโลเมตรตั้งอยู่ในเขตพื้นที่บ้านถ้ำเสือตำบลกระบี่น้อยอำเภอเมืองจังหวัดกระบี่ซึ่งได้มีพื้นที่บริเวณวัดประมาณ200ไร่ประกอบไปด้วยพื้นที่ราบหุบเขาและยอดเขา

การเดินทางจากตังเมืองกระบี่เลี้ยวซ้ายที่สี่แยกตลาดเก่าใช้เส้นถนนเพชรเกษมทางหลวงหมายเลขสี่เส้นทางอำเภอเหนือคลองและเลี้ยงซ้ายที่สามแยกถ้ำเสือขับต่อไปตามถนนเส้นราษฎรพัฒนาทางหลวงหมายเลข4037ขับตรงต่อไปประมาณ2กิโลเมตรและคุณก็จะพบกับเป้าบอกถนนหนทางอย่างชัดเจน

วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว จังหวัดเพชรบูรณ์

ซึ่งวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว ได้ตั้งอยู่ที่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ได้เป็นวัดที่ได้มีความโดดเด่นมีความอลังการที่ไม่เหมือนใครนอกจากหมอกทะเลวิวทิวทัศน์ที่อยู่โดยรอบและทะเลหมอกสีขาวแล้วก็คือสีสันที่สดใสที่เกิดมาจากการนำเอาสีถ้วยชามเบญจรงค์มุกลูปัดแก้วแหวนเงินทองสิ่งที่มีค่าต่างๆตลอดจนเซรามิคหลากสีสันนำเอามาประดับตกแต่งให้มีความสวยงามเมื่อเวลาโดนแสงแดดทั่วทั้งบริเวณจะสะท้อนแสงแดดอย่างงวดงามเหมือนอย่างกับวัดที่อยู่บนสวรรค์

ซึ่งได้เป็นสถานที่ที่มีความสวยงามและศักดิ์สิทธิควรค่าแก่การไปสักการะและการเส้นทางนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข21ผ่านจังหวัดสระบุรีและจังหวัดลพบุรีและเข้าทางหลวง22ขับตรงไปถึงแยกแคมป์สนขับตรงไปก็จะถึงปากทางเข้า

 

สนับสนุนโดย  rb88 ฟรี 300

ตำนานสงครามเวียดนามประเทศไทยได้ให้การสนับสนุน

ประเทศไทยได้ต้อบรับการร้องขอในวันที่21กรกฎาคม ค.ศ.1964ประเทศไทยก็ได้สนับสนุนเวียดนามใต้อย่างเป็นทางการ ซึ่งในช่วงแรกประเทศไทยก็ได้ให้ความช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆไปก่อนทั้งการฝึกนักบินไอพ่นจนไปถึงส่งกำลังพลทางอากาศไปเวียดนามใต้แต่นั้นมันก็ยังไม่เพียงพอจนในวันที่28กุมภาพันธ์ ปีค.ศ.1967

ทางรัฐบาลไทยก็ได้ลงมติอนุมัติจัดส่ง  “กรมทหารสาสมัคร”  หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “หน่วยจงอางศึก” ได้เข้าช่วยเวียดนามใต้และอีกครั้งในปีค.ศ.1968 ในชื่อ “กองพลเสือดำ” และอีกหนึ่งในวีรกรรมอันกล้าหาญของทหารไทยในสงครามเวียดนามที่มีชื่อว่า “ขุนศึกแห่งซุยคา” ของพันโททวีปูรณโชติ

ซึ่งพันโททวีปูรณโชติได้เป็นอีก1ในนายทหารไทยที่เข้าร่วมสงครามเวียดนามเขามักลงพื้นที่ไปพร้อมกับลูกน้องของเขาเสมอไม่ว่าพื้นที่นั้นมันจะอันตรายมากแค่ไหนก็ตาม ซึ่งผลงานของพันโททวีปูรณโชติคือการออกทำลายฐานที่มั่นของข้าศึกในเขตลุ่มน้ำซุยคามากกว่าครึ่งได้เป้นผบงานของพันโททวีปูรณโชติแทบทั้งสิ้นจนในกระทั่งนายพันโททวีปูรณโชติก็ได้นำลูกน้องเข้าตีบังเกอร์ข้าศึกเหมือนเช่นเคยแต่รอบนี้มันกลับไม่เหมือนเดิม

พันโททวีปูรณโชติได้ถูกยิงเสียชีวิตขณะนำการเข้าตีบังเกอร์ข้าศึกในวันที่31ตุลาคม ปี ค.ศ.1970 ในระหว่างนั้นก็ได้มีอีก1เหตุการณื ในช่วงปี ค.ศ.1953 ถึง1975 ที่เป็นสงครามลับของประเทศไทยมันมีชื่อว่า “สงครามลับในลาว”  เนื่อจากประเทศลาวในยุคสงครามเย็นก็ได้เซ็นสนธิสัญญาของฝรั่งเศสที่จะให้ประเทศลาวเป็นกลางไม่มีทหารต่างชาติเข้าไปในลาวได้แต่ในสงครามเวียดนาม

เวียดนามเหนือได้ใช้ประเทศลาวเดินทางผ่านเข้าไปตีเวียดนามใต้ตามเส้นทางที่มีชื่อว่า “เส้นทางโฮจิมินห์” และอาจจะมีการตัดผ่านเข้าสู่ประเทศไทยได้จึงทำให้ทางรัฐบาลไทยในยุคนั้นดำเนิดแผน “ยุทธศาสตร์การป้องกันในเขตหน้า”  โดยทางสหรัฐอเมริกาและไทยจะแอบส่งกำลังทหารเข้าไปต้านทานกองกำลังจากเวียดนามเหนือในประเทศลาวอีกที ภายใต้ชื่อว่า “หน่วยผสม33” หรือ “นักรบนิรนาม333” และยังได้มีกำลังพลในรูปแบบต่างๆมากมายที่ได้เข้ารวมสงครามลับในครั้งนี้อย่างเช่นตำรวจพลร่มที่ได้รับการฝึกจากซีไอเอให้โดนร่มเข้าไปในพื้นที่ข้าศึกและได้ฝึกสอนกำลังพลต่างๆให้ต้านทานจากกองกำลังเวียดนามเหนือ

และอีกหนึ่งกำลังหลักเลยก็คือผู้นำโจมตีทางอากาศหน้าหรือที่มีชื่อย่อว่าFAGsโดยจะคัดพลเรือนที่ได้เรียนจบปริญญาตรีและสามารถที่จะสื่อสารภาษาอังกษฤได้อย่างดีเข้ามารับหน้าที่นี้FAGsจะมีหน้าที่ที่จะวิทยุไปหากองกำลังสนับสนุนในรูปแบบต่างๆมาสนับสนุนแนวรบ

 

สนับสนุนโดย  entaplay link

เรื่องราวการค้นพบพีระมิดที่ได้จมอยู่ใต้น้ำที่ประเทศคิวบา

เชื่อกันว่ามหานครแอตแลนติสมันน่าจะซ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่งใต้มหาสมุทร ซึ่งในปัจจุบันมันก็ยังไม่สามารถที่จะมีใครที่จะยืนยันได้เลยว่า ตำนานของแอตแลนติสมันเป็นเรื่องจริงหรือไม่

แต่เนื่องด้วยการสำรวจใต้น้ำที่ได้มีการใช้เทคโนโลยีที่ได้มีความล้ำสมัยเป็นอย่างมากหากแม้ว่าจะยังไม่มีการพบเจอเมืองแอตแลนติสแต่เหล่านักสำรวจก็ได้พบเจอเมืองโบราณที่ได้จมอยู่ใต้น้ำอยู่ทหลายที่อื่นๆอีกหลายแห่งซึ่งวันนี้เราจะพาทุกคนไปดูการค้นพบเมืองโบราณที่ได้จมอยู่ใต้น้ำที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีอยู่จริง

พีระมิดที่จมอยู่ใต้ทะเล ในประเทศคิวบา

เมื่อในปี2001นั้นก็ได้มีเหล่านักสำรวจก็ได้ค้นพบเจอกับสิ่งที่ดูคล้ายเหมือนกับพีระมิดที่ได้จมอยู่ใต้น้ำที่ติดกับชายฝั่งของประเทศคิวบา ซึ่งได้ครอบคลุมพื้นที่ไปกว่า2ตารางกิโลเมตร นอกจากนี้ทางด้านของผู้เชี่ยวชาญพวกเขาต่างก็ต้องประหลาดใจเมื่อพวกเขาได้พบกับสิ่งที่อยู่ใต้น้ำเขาก็ได้พบว่ามันได้มีรูปทรงเลขาคณิต

เหมือนว่ามันได้เป็นสิ่งที่ได้ถูกสร้างขึ้นมาด้วยฝีมือของมนุษย์นั่นเองและ เนื่องจากว่าในระดับน้ำนั้นมันได้มีความลึกถึงระดับ700-800เมตรภายใต้น้ำมันจึงได้ทำให้พีระมิดที่อยู่ใต้น้ำแห่งนี้มันยังได้เป็นสิ่งปริศนาลึกลับแต่จากรูปภาพเราก็ได้รู้สึกว่าในสถานที่แห่งนี้ก็ยังได้มีโครงสร้างที่ได้ประกอบไปด้วยหินแกรนิตที่ได้มีการตัดออกให้มีขนาดเรียบที่มีขนาดใหญ่และในบางก้อนมันก็ยังได้ถูกสร้างให้เป็นพีระมิดอีกด้วย

และหินบางก้อนมันก็ยังได้เป็นรูปทรงกลม ซึ่งสถานที่โบราณสถานแห่งนี้เราได้เชื่อว่ามันได้มีอายุมากกว่า6,000ปี ซึ่งมันได้เกิดก่อนพีระมิดที่อียิปต์ถึงประมาณ15,000ปีกันเลยทีเดียวอีกทั้งนี้ก็ยังได้มีทฤษฎีอีกด้วยว่าสถานที่เมืองโบราณแห่งนี้มันอาจจะเป็นเมืองสถานที่แห่งแอตแลนติสที่มันได้หายสาบสูญไปก็เป็นได้ หลังจากนั้นมาก็ได้มีการค้นพบ Por Royalจาไมก้าและสำหรับ Por Royalนั้นมันได้เป็นเมืองที่ได้ตั้งอยู่บนชายหาด

ที่ได้มีความยาวประมาณ18ไมล์ ซึ่งได้เป็นสิ่งที่ได้มีการรู้จัดในหมู่คนของโจรสลัดและผู้ที่ชอบเดินเรือที่ได้เป็นสถานที่มีจำนวนคนมากมายและยังได้เป้นดินแดนแห่งการพนันโสเพณีและพวกเหล้ายาและยังได้กลายมาเป็นชื่อว่าได้ถูกเรียกกันว่าดินแดนแห่งบาปนั่นเองจนในวันหนึ่งก็ได้เกิดเหตุการณ์ที่มีแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงที่ประเทศจาเมก้าจากนั้นก็มีคลื่นสินามิก็ได้พัดเข้ามาอย่างแรงและจึงต้องทำให้ผู้คนที่ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนี้กว่า2000ชีวิตจะต้องเสียไป

 

สนับสนุนโดย  next88

รูปปั่นในสมัยจิ๋นซีฮ่องเต้ยังหาข้อสรุปไม่ได้และไม่พบหลักฐานใดๆเพื่อยืนยัน

สำหรับในช่วงแรกที่พวกเขาได้มีการค้นพบหุ่นเครื่องปั่นดินเผาเขาก็คาดว่าเป็นวัดแต่สุดท้ายมันก็ได้เป็นสุสาน ซึ่งในตอนแรกที่ได้มีการขุดค้นพบขึ้นมากันใหม่ๆเขาก็ได้มีการตั้งข้อสันนิษฐานว่ามันจะมีความเป็นไปได้หรอที่จะสร้างหุ่นหรือว่าจะสร้างทหารองครักษ์ด้วยดินเผา

แต่ละหน้าแต่ละรูปร่างมันไม่มีความเหมือนกันเลยสักหุ่นแม้แต่สีของผิวมันก็ยังต่างกันเลยจากนั้นมาเขาก็เลยได้ตั้งข้อสันนิษฐานขึ้นมากันว่าสรุปแล้วหุ่นรูปปั่นดินเผานี้มันได้ถูกสร้างขึ้นมาจากจิตกรหรือว่ามันได้ถูกสร้างขึ้นมาจากคนจริงๆแต่ตรงจุดนี้มันได้เป็นข้อสันนิษฐานก่อนที่จะได้มีหลักฐานมายืนยันว่าจริงๆภายในหุ่นนั้นมันก็ไม่ได้มีอะไรเลยมันเป็นเพียงหุ่นรูปปั่นดินเผาเฉยๆ

แต่มันก็ยังได้มีนักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งที่พวกเขานั้นยังไม่ได้ปักใจเชื่อว่ามันได้ถูกสร้างขึ้นมาจากรูปปั่นธรรมดาและพวกเขาก็ได้เชื่อว่ามันจะต้องมีอะไรสักอย่างแต่ที่ชั่วๆเลยเขาไม่ได้เอาคนตายมาฝังแล้วเอามาปั่นให้มันเป็นหุ่นให้มันออกมาแต่ทีนี้พวกเขาก็ได้เกิดความสงสัยว่าแท้ที่จริงสรุปแล้วมันได้เกิดขึ้นมาจากอะไรเพาะในหลักฐานส่วนใหญ่ของจิ๋นซีฮ่องเต้หรือว่าราชวงศ์ชิงที่ได้สร้างเกี่ยวกับหุ่นรูปปั่นดินเผา

หรืออะไรอย่างนี้มันได้ถูกทำร้ายหลักฐานไปหมดแล้วตั้งแต่ในสมัยกก่อนจากนั้นมันก็ได้ทำให้พวกเขานั้นสรุปความยังไม่ได้แต่มันก็ยังได้เป็นข้อสงสัยกันมาอยู่ถึงทุกวันนี้ว่าทำมันขึ้นมาได้ยังไงกว่า6,000กว่ารูปปั่นหน้าตาและสีผิวความสูงอะไรหลายๆอย่างมันไม่เหมือนกันเลยมันน่าสงสัยเอามากๆแล้ว

ข้อสงสัยตรงนี้เราเลยเอามานั่งคิดกับตัวเองอยู่สองอย่างเราเคยคิดที่จะตั้งทฤษฎีว่าเขาอาจจะเอาคนจริงๆเอามาทำเป็นรูปปั่นก็เป็นได้คำว่าคนจริงของเรานั้นก็คือเขาอาจจะเอาดินเผามาเทๆแล้วก็ปล่อยให้เราเขาได้เสียชีวิตไปเลยซึ่งตรงนี้เราตัดไปได้เลยเพราะว่าเขาได้ออกมายืนยันแล้วว่ามันไม่ใช่เพราะภายในมันไม่ได้มีอะไรเลยเพราะว่าข้างในมันไม่ได้มีอะไรเลยมันเป็นเพียงรูปปั่นเปล่าๆแต่อีกหนึ่งอันที่เราได้ตั้งข้อสันนิษฐานคืออะไรรู้หรือไม่การที่แต่ละรูปปั่นหน้าไม่เหมือนกันเราเลนสงสัยว่ามันจะเป็นไปได้มั้ยถ้าเราเอาคนจริงๆเอามาเป็นแม่แบบ

 

สนับสนุนโดย  dewabet

แฟรงเกนสไตน์ซอมบี้ที่ฟื้นคืนชีพในปัจจุบันสามารถทำได้จริงแล้วจริงหรือเปล่า?

สำหรับเรื่องของตำนานการคืนชีพซอมบี้แฟรงเกนสไตน์ คือ เราจะต้องแยกออกเป็นสองกรณีคือ กรณีเรื่องของตำนาน และ กรณีในเรื่องของความเป็นจริง ซึ่งในเรื่องของด้านตำนานในอุดมคติของใครหลายๆคนเวลาที่เราได้พูดถึงซอมบี้แฟรงเกนสไตน์เราเชื่อว่าภาพที่หลายๆคนจะเห็นก็คงเป็นผีดิบที่ได้เกิดขึ้นมา

จากการซ่าของมนุษย์ด้วยการนำอวัยวะต่างๆในร่างกายคนที่เขาได้เสียชีวิตไปแล้วนำมาตัดแต่ละชิ้นและนำมาเย็บติดต่อกันหลังจากนั้นก็นำเอามาช็อดไฟฟ้าเพื่อที่จะฟื้นคืนชีพคนเหล่านี้ขึ้นมาและมีแท่งเก็บพลังงานเอาไว้ที่ตรงบริเวณหัวหรือที่บริเวณใต้ต้นคอและนิสัยก็ไม่ค่อนจะเป้นมิตรกับมนุษย์สักเท่าไหร่ หลายๆคนพอได้พูดถึง แฟรงเกนสไตน์ ก็จะเห็นภาพอุดมคติกันประมาณนี้ใช่หรือไม่ ซึ่งเราก็ได้คิดแบบนั้นอยู่เหมือนกันในตอนแรก

แต่เอาจริงๆพอเราได้ไปศึกษาเกี่ยวกับ ตำนานของ แฟรงเกนสไตน์ มาถามว่ามันน่ากลัวแบบนั้นจริงๆมั้ยจริงๆมันก็น่ากลัวแต่ในใจแอบสงสารมากกว่าน่ากลัวอีกด้วยซ้ำคือ  ตำนานของ แฟรงเกนสไตน์ เขายังได้บอกเอาไว้ว่า ในกรุงGeneva,Switzerland เมื่อประมาณ200ปีก่อนได้มีบุคคลหนึ่งที่มีชื่อว่า Victor Frankenstein คนๆนี้ได้เป็นลูกของคนที่มีชื่อเสียงมีสถานะร่ำรวยและค่อนข้างที่จะฉลาดมากด้วยแต่ด้วยความที่ว่า Victor Frankenstein เป็นคนที่มีทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในมือมันเลย

ทำให้ชีวิตของเขามันดูที่จะน่าเบื่อไปทุกอย่างและมันไม่มีอะไรที่จะท่าทายพอที่จะให้เขามีความรู้สึกตื่นเต้นได้แต่อยู่ดีๆในวันหนึ่งสัตว์เลี้ยงและแม่ของ Victor Frankensteinก็ได้เสียชีวิตลงอย่างกระทันหันตรงนั้นมันเลยทำให้Victor Frankensteinได้เสียใจมากและเกิดเป็นเป้าหมายหนึ่งเป้าหมายในชีวิตขึ้นมานั่นก็คือการคืนชีพสิ่งมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้งนั่นเอง ซึ่งเป้าหมายตรงจุดนี้มันดันไปตรงกับเป้าหมายของเพื่อนVictor Frankensteinคนหนึ่ง

ที่ได้อยู่ในมหาลัยคนๆนั้นนั่นก็คือHenry Clerval ซึ่งตัวHenry Clervalเองเขาได้มีเป้าหมายคือการฝืนหรือการเอาชนะธรรมชาติอย่างการคืนชีพสิ่งมีชีวิตขึ้นมาซึ่งแน่นอนว่ายังไงมันก็ไม่มีทางเป็นไปได้และยังไงมันก็ไม่มีทางเกิดขึ้นมาอย่างแน่นอนแต่เขาเชื่อว่ามันมีหนทางที่จะทำให้มันเกิดขึ้นมาได้จริงๆ

โดยจุกเริ่มต้นแรงบัดดานใจของทั้งคู่มันเกิดจากการที่ว่าวันหนึ่งที่Victor Frankensteinได้เข้าเรียนวิชาการผ่าตัดสิ่งมีชีวิตเขาได้ทำการผ่าตัดกบตัวหนึ่งที่พึ่งตายได้ไม่นานและหลังจากนั้นเขาก็ได้ทำการเย็บแผลให้กับกบตัวนั้นพร้อมกับช็อดไฟฟ้าเข้าไปในน้ำที่มีกบอยู่ปรากฏว่ากบตัวนั้นได้ฟื้นขึ้นมาจากความตาย

 

สนับสนุนโดย  bk8