จิตรกรรมภาพวาดบนฝาผนัง

จะเห็นได้ว่าในการวาดภาพนั้นเป็นจิตรกรรมภาพที่มีมาตั้งแต่สมัยเก่าแก่ที่นานมากแล้ว ทางด้านของภาพวาดที่เราเห็นกันอยู่นั้นในยุคประวัติศาสตร์เป็นการนำรูปนั้นไปวาดบนพื้นผนังที่เป็นฝาถ้ำจึงทำให้พวกเรานั้นได้รู้และทรายถึงเรื่องราวในอดีตกาลได้ว่า แต่ละยุคแต่ละสมัยนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร

รวมไปถึงมีสัตว์จำพวกไหนที่อาศัยอญู่ในยุคเหล่านั้นบ้าง รวมทั้งมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นแนวทางในการดำรงชีวิตของเผ่าพันธ์ต่างๆในสมัยก่อน โดยมีลักษณะเป็นยังไง ซึ่งเดี๋ยวนี้เมื่อได้มีการเปรี่ยนแปลงทางด้านของการดำรงชีวิตที่ดียิ่งกว่ายุคเหล่านั้น

ผสมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้เข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้นในชีวิตประจำวันของเรา จึงเกิดการทำให้รูปแบบในการวาดภาพของเรานั้นแปรไป ไม่มีความจำเป็นที่ต้องวาดบนฝนังของถ้ำดังเช่นสมัยก่อนอีกต่อไปแล้ว เพราะสมัยนี้มีพื้นที่ที่ให้พวกเรานั้นได้เลือกที่จะวาดสร้างสรรค์ได้มากมาย ซึ่งในที่นี่นั้นเราจะมาพูดถึงลักษณะการวาดภาพบนฝนังบ้านและการวงาดภาพลงบนกระดาษว่าสิ่งเหล่านี้ให้ความรู้ความเข้าใจหรือมีอะไรที่แตกต่างกันยังไงบ้าง

จุดสำคัญที่แน่ๆว่าการวาดรูปบนผนังแล้วก็การวาดภาพที่ลงบนกระดาษแบบปกติทั่วๆไปนั้นย่อมที่จะให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันโดยมากแล้วรูปภาพที่เอามาจากบนผนังจะให้ความรู้สึกค่อนข้างที่จะเล่าเรื่องราวที่สำคัญขึ้นอยู่กับสถานที่ที่ใช้สำหรับเพื่อเป้นการวาดรูปนั้น ว่ามีความสำคัญมากน้อยเท่าใด

ด้วยเหตุที่ว่าถึงแม้ว่าเป็นสถานที่ที่สำคัญรวมทั้งการวาดรูปเรื่องที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์หรืออาจจะเป็นเรื่องราวในอดีตกาลต่างๆเยอะมากที่เป็นการเกิดขึ้นก็จะเห็นได้ว่าภาพที่ปรากฏบนผนังมีความจำเป็นมากมายแต่ว่ารูปภาพในกระดาษก็มีความหมายไม่ได้ด้อยไปกว่ากัน

แต่ว่าสำหรับภาพที่จะนำไปไว้บนฝาผนังนั้น เป็นภาพที่มีการจัดสรรเลือกสรรมาอย่างดีแล้วโดยที่มันควรที่จะเหมาะแก่การเผยแพร่ แก่สถานที่ต่างๆ เพื่อก่อให้เกิดคุณประโยชน์แก่ผู้คน หรืออะไรก็แล้วแต่ เพราะว่าควรเป็นภาพ ผลงานชิ้นโบว์แดง ที่มีความสำคัญมากระดับหน่วยงาน หรืออาจจะมีความสําคัญระดับประเทศก็ได้

วิจิตรตระการตา การวาดภาพบนผนัง แสดงให้ถึงความรู้สึกที่เข้าใจ ความงดงามความสวย โออ่าดูแลเล็งเห็นว่าเป็นงานวิจิตรศิลป์ที่เลิอคุณค่าซึ่งในมุมเดียวกันหากมองไปถึงการวาดภาพในกระดาษโดยผลงานนั้นทำให้มีความรู้สึกที่แตกต่างกัน โดยการตระการตานี้จะดีว่าถ้าอยู่บนฝาผนัง

ไม่ว่าจะเป็นการวาดที่ฝนังแบบไหนความรู้สึกก็ย่อมดีกว่าเพราะผลที่ได้มันงดงามต่างกันโดยสิ้นเชิง

 

สนับสนุนโดย    ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ ระบบออโต้

ตำนานเขาคิชกุฎ

การพบเปรตทุกชนิดโดยบังเอิญของพระโมคคัลลานะและพระพุทธเจ้า

โดยข้อมูลตรงนี้ที่เราไปหามาได้เขาได้กล่าวเอาไว้ว่า ณ เวลานั้นพระพุทธเจ้าและพระโมคคัลลานะได้มาเผยแผ่ศาสนาในบริเวณพื้นที่เขาคิชกุฎตรงนี้ในระหว่างทางที่พวกเดินอยู่นั้นปรากฏว่าพระโมคคัลลานะเขาได้เห็นเปรตทุกรูปแบบอยู่บริเวณป่ารอบๆที่เขาเดินผ่านอยู่ตลอดเวลาเลย

ซึ่งตอนนั้นพระโมคคัลลานะเขาก็ได้นำพาพระภิกษุสงฆ์ต่างๆมาด้วยหลายองค์และเขาก็ได้ยิ้มออกมาและพร้อมพูดกับพระภิกษุสงฆ์ว่าเขานั้นได้พบเจอเปรตทุกอย่างทุกชนิดที่เขาได้เจออยู่รอบๆตัวเลย โยพระภิกษุสงฆ์ที่ได้ตามมานั้นเขาก็ได้มองไปรอบๆมองไปมองมากับไม่พบเปรตไม่พบอะไรเลย

เพราะฉะนั้นแล้วในตอนนั้นพระภิกษุสงฆ์คิดว่าพระโมคคัลลานะเขาโกหกพระโมคคัลลานะก็เลยได้สวดพระภิกษุสงฆ์ที่ตามมาว่างั้นก็รองไปทรงถามพระพุทธเจ้าดู ปรากฏว่าพระภิกษุสงฆ์เหล่านั้นก็ได้ไปถามพระพุทธเจ้ามาท่านก็ได้ตอบกลับมาว่าท่านก็พบเจอเปรตเหมือนพระพระโมคคัลลานะเลย

นอกจากนี้ตามข้อมูลที่เราไปได้เพิ่มเติมมาเล็กน้อยก็ได้มีบางข้อมูลที่คนในพื้นที่เขาได้อ้างว่าขาได้พบเจอกับเปรตตัวสูงใหญ่อยู่ในบริเวณเขาคิชกุฎอยู่บ่อยมากและได้มีคนหลายๆคนเจอเหตุการณ์นี้อยู่หลายครั้งอยู่พอสมควรเลย

ส่วนข้อมูลต่อมานี้เป็นอะไรที่ค่อนข้างน่ากลัวมากเพราะเป็นข้อมูลที่พึ่งจะเกิดขึ้นมาไม่นานนี้เองโดยข้อมูลนี้นั่นก็คือ การเจอวิญญาณร้ายต้องการตัวตายตัวแทนโผล่ออกมาให้เห็น โดยข้อมูลตรงนี้เป็นข้อมูลการบอกเล่าของผู้ที่ได้ไปท่องเที่ยวที่เคยไปกราบไหว้สิงศักดิ์สิทธิ์ที่เขาคิชกุฎแห่งนี้อยู่

สิ่งตามข้อมูลได้มีหนึ่งคนในนั้นเป็นคนที่มีสัมผัสที่แรงมากว่ากันว่าบุคคลนี้เห็นผีเห็นวิญญาณเห็นอยู่บ่อยครั้งมากเลยและบุคคลนี้เขาก็ได้ไปที่เขาคิชกุฏกับกลุ่มเพื่อนกลุ่มนี้ด้วยและวันที่เขาไปกันนั้นได้ขึ้นเขาตอนกลางคืนในเวลาตอนกลางคืนเราต้องบอกเลยว่าเป็นเวลาที่ค่อนข้างน่ากลัวมากๆ

ซึ่งในเวลานั้นทั้งความเงียบทั้งลมทั้งสิ่งที่เราจะจิตนาการไปต่างๆนานามันสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อเพราะว่าพวกเขาไม่กลัวและไม่เชื่อเขาต้องการเพียงแค่ว่าจะสักการะและมาเที่ยวเพียงเท่านั้นปรากฏว่าเขขาก็ได้เริ่มเดินจากบันไดชั้นล่างสุดขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงระดับหนึ่งที่พวกเขาพักอยู่ๆได้มีเพื่อนคนหนึ่งที่บอกไปว่ามสัมผัสแรงเขาเหมือนจะเห็นว่ามีคนอยู่ชั้นล่างปรากฏว่าเจอชายใส่ชุดสีเทากำลังยนอยู่ตีนบันไดแล้วค่อนๆเดินขึ้นมาอย่างช้าๆนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย    สล็อตjoker โอน ผ่าน วอ เลท ไม่มีขั้นต่ำ

ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของประติมากรรมต่างๆ 

การเรียนรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตไม่ว่าจะเป็นแนวคิดต่างๆหรือว่าการดำรงชีวิตของผู้คนแต่ละยุคแต่ละสมัยมีลักษณะที่แตกต่างกันไป การพัฒนาโครงสร้างในการใช้ชีวิตของผู้คนต้องยอมรับว่าผู้คนต่างๆมีประวัติศาสตร์ที่ไม่เหมือนกันแต่ละเมืองก็มีลักษณะในการใช้ชีวิตทางด้านวัฒนธรรมแนวคิดต่างๆที่ไม่เหมือนกัน เมื่อเกิดความสงสัยก็มีความจำเป็นต้องมีการเรียนรู้เรื่องต่างๆนักประวัติศาสตร์ต่างๆ

ในยุคปัจจุบันก็มีการศึกษาเรื่องราวและถูกจดบันทึกเรื่องราวต่างๆเหล่านี้ก็มีการส่งต่อเช่นเดียวกันความหมายของงานประติมากรรมหรือประวัติศาสตร์ของปฏิบัติ นั่นก็คือ เรื่องราวของมนุษย์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่กำเนิดมาจนถึงในยุคปัจจุบันที่มีการเรียนรู้

และมีการพัฒนาเรื่องราวต่างๆไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่การสร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมต่างๆก็เป็นอีกหนึ่งในงานศิลปะ รวมถึงจะมีในส่วนของการทำงานที่มีต่างๆเพราะสุนทรียภาพของมนุษย์มีความแตกต่างกันอย่างมากการเปลี่ยนแปลงและการใช้ชีวิตของผู้คนก็มีการเปลี่ยนแปลงและมีการพัฒนาอยู่เสมอ อย่างไรก็ตามผู้คนก็ให้ความสนใจในการศึกษาเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้น

หรือแม้จะเป็นแนวคิดต่างๆก็มีการพัฒนาและปรับปรุงอยู่เสมอการสร้างสรรค์ผลงานทางด้านงานศิลปะก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คน ในยุคปัจจุบันการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนก็มีการพัฒนาอยู่เสมอ ผู้คนส่วนใหญ่ในยุคปัจจุบันมีสถานที่เกี่ยวกับงานการศึกษาเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้น

ยกตัวอย่างเช่นสถานที่หอศิลปะแห่งชาติรวมถึงยังมีในส่วนของพิพิธภัณฑ์ต่างๆที่เก็บรวบรวมงานประวัติศาสตร์รวมถึงยังมีสถานที่ที่เป็นของพื้นเมืองที่เรียกว่างานศิลปะท้องถิ่น การเปลี่ยนแปลงของการสร้างงานศิลปะต่างๆเหล่านี้จะช่วยสะท้อนเรื่องราวหรือกิจกรรมของมนุษย์ที่เกิดขึ้นในยุคต่างๆนี้

การเปลี่ยนแปลงเรื่องราวของมนุษย์ต่างๆงานประติมากรรมต่างๆเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ส่งผลกับมนุษย์ให้มีการพัฒนาที่เพิ่มมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการใช้ชีวิตหรือการพัฒนาการใช้ชีวิตต่างๆเหล่านี้ช่วยให้มนุษย์มีการพัฒนาคุณภาพจิตใจหรือแม้แต่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในการทำงานต่างๆก็มีการพัฒนาที่เพิ่มขึ้น การเรียนรู้เรื่องราวต่างๆไม่ว่าจะเป็นเทคนิคแนวคิดจิตวิญญาณต่างๆ

การทำงานจะช่วยให้มนุษย์ในยุคปัจจุบันมีการพัฒนารูปแบบในการทำงานในรูปแบบต่างๆ อย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันเป็นเรื่องที่ดีอย่างมากที่ผู้คนส่วนใหญ่สามารถศึกษาถึงเรื่องราวต่างๆขึ้นโดยเฉพาะในส่วนของระบบเทคโนโลยีต่างๆในยุคปัจจุบันที่มีการพัฒนาระบบอินเตอร์เน็ตแนวคิดของโครงสร้างรูปแบบต่างๆในการใช้ชีวิต การเปลี่ยนแปลงการทำงานมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาให้ผู้คนสามารถสร้างสรรค์ผลงาน

หรือแม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการติดต่อสื่อสารหรือรูปแบบในการใช้ชีวิตต่างๆก็มีการพัฒนาที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงต่างๆเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อเทคโนโลยีและการพัฒนาการทำงานในรูปแบบต่างๆ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องศึกษาประวัติศาสตร์ความเป็นมาของงานประติมากรรมหรืองานศิลปะอื่น 

 

 

สนับสนุนโดย.    สูตรหวยยี่กี ruay

คริสต์มาส มีจุดเริ่มมาได้อย่างไร

สำหรับทุกคนทั่วไปนั้นจะมีความเชื่อว่าในวันที่ 25 ของเดือนธันวาคมนั้นจะเป็นวันเกิดของพระเยซูแห่งนาซาเลสใช่มั้ย แต่ในความเป็นจริงแล้วถ้านับจริงๆจะเห้นได้ว่าคริสต์มาสเนี่ยจะพึ่งมาเป็นเทศกาลที่นิยมกันได้ไม่นานมานี่เอง อย่างเช่นในประเทศของสหรัฐอเมริกา คือสำหรับประเทศของสหรัฐอเมริกานั้นได้ตั้งประกาศเป็นเอกราชจากอังกฤษเมื่อปี 1777

แต่ว่าได้ตั้งคริสต์มาสเป็นวันหยุดของประจำชาติเนี่ยพึ่งตั้งเมื่อปี 1870 เอง นั่นก็คือเกือบร้อยปีจากการตั้งประเทศ ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าคริสต์มาสเนี่ยมีความสำคัญจริงๆก็ต่อเมื่อเริ่มเข้ามาในยุคหลังๆเนี่ยแล้ว ซึ่งก่อนหน้าที่จะมีวันคริสต์มาส วันนี้คือวันอะไร ดังนั้นเราตั้งนับย้อนกลับไปลึกๆ โดยทำการย้อนกลับไปหลายศตวรรษก่อน ที่ก่อนพระเยซูจะเกิด

ซึ่งช่วงนั้นไม่ได้เป็นวันคริสต์มาส ช่วงนั้นเป็นช่วงกลางเดือนของเดือนธันวาคมจะเป้นช่วงที่มีการเฉลิมฉลองอยู่แล้ว ถามว่าสมัยนั้นเขาเฉลิมฉลองอะไรซึ่งคนสมัยก่อนทุกสิ่งทุกอย่างนั้นย่อมบูชาหรือนับถือเกี่ยวกับแสง ซึ่งจะเห็นได้ว่าคนสมัยก่อนบูชาพระอาทิตย์ บูชาความมืดโน่นนี่นั่น ซึ่งก็อาจจะเห็นได้จากประวัติศาสตร์หรือตามตำราทั้งหลาย

ซึ่งไม่ใช่เพื่อในประเทศจีนที่เราจะเจอ แทบทางยุโรปก็เช่นกันที่มีการบูชาสิ่งเหล่านี้ โดยทางยุโรปนั้นพวกเขาจะนับถือทางท้องฟ้า โดยเฉพาะแสงอาทิตย์ที่จะมีความสำคัญเป้นอย่างมาก โดยเฉพาะประเทศทางเหนือที่จะมีอุณหภูมิหนาวๆ ยกตัวอย่างเช่น นอส หรือประเทศเยอรมัน เป็นต้น 

ประเทศเหล่านี้จะมีหิมะตกค่อนข้างเยอะ จึงทำให้แสงสว่างจากพระอาทิตย์จะมีความสำคัญมากเป็นพิเศษ ซึ่งพวกเขามองว่ามันคือสิ่งมหัศจรรย์ที่ทำให้พวกเขามีชีวิตอยู่ได้ ซึ่งในช่วงกลางเดือนธันวาจะเป้นช่วงกึ่งกลางของฟดูหนาว นั่นก็คือช่วงที่พระอาทิตย์ให้แสงสว่างน้อยทีสุด

ซึ่งหากเลยช่วงนี้ไปพระอาทิตย์ก็จะเริ่มกลับมาให้แสงสว่างยาวนานขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้พวกเขาได้จัดงานเฉลิมฉลองขึ้นนั่นเอง ซึ่งคนสมัยก่อนก็จะมองว่าเกิดเหตุการณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับพระอาทิตย์ นี่จึงเป็นเหตุการณ์ที่ผู้คนหันมาเฉลิมฉลองในเดือนธันวาคมกัน 

จนกระทั่งเข้าสู่ยุคของโรมัน โดยทางโรมันนั้นจะมีความแตกต่างจากทางเหนือ โดยทางฝั่งโรมนั้นอยู่ทางตอนใต้ซึ่งมันก็ไม่ได้หนาวขนาดนั้น จึงได้มีการคิดที่จะฉลองเทพขึ้นมาซึ่งเรื่องเหล่านี้เริ่มก่อนศาสนาคริตส์ ซึ่งมันก็ตรงกับสมัยโบราณที่ชาวคริตส์นิยมเฉลิมฉลองมันตรงกับวันอีสเตอร์นั่นเอง

ซึ่งก็มีเรื่องเล่าจากหลายๆที่นั่นนี่มาจนสรุปได้ว่าวันที่ 25 ธันวานั้นได้เป็นวันเกิดของพระเยซูทีนี้หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็ได้ใช้วันนี้กันมาเรื่อยๆจนมาถึงปัจจุบันนี้ 

 

สนับสนุนโดย.  u12

การเผยแพร่งานศิลปะต่างๆ 

งานศิลปะ คือการส่งต่อเนื่องแนวคิดต่างๆในยุคปัจจุบันความสมบูรณ์ความสวยงามหรือแม้จะเป็นความสมบูรณ์ทางด้านศิลปะต่างๆไม่มีอยู่จริงพวกงานศิลปะต่างๆได้ถูกถ่ายทอดเรื่องราวและแนวคิดต่างๆของเศรษฐกรลงไปบนรูปแบบงานอื่น การเปลี่ยนแปลงทางด้านศิลปะหรือแม้จะเป็นแนวคิดต่างๆ

ในยุคปัจจุบันมีการเผยแพร่และการเติบโตอย่างรวดเร็วเพราะผู้คนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงงานศิลปะอื่นๆมากมายมีคนตั้งคำถามว่าทำไมงานศิลปะในยุคปัจจุบันสามารถเข้าถึงง่ายเนื่องจากการเติบโตของเทคโนโลยีต่างๆไม่ว่าจะเป็น Social Media เว็บไซต์ต่างๆสามารถเข้าถึงตับโตของรูปแบบการศึกษางานศิลปะ

ต่างๆมากขึ้นอย่างไรก็ตามในปฏิบัติความเชื่อและรูปแบบต่างความคิดต่างๆที่มีอุดมคติของมนุษย์ได้มีการพัฒนาและถูกส่งต่ออย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในยุคปัจจุบันการเติบโตและการเรียนรู้รูปแบบต่างๆมีการแสดงออกทางความคิดเห็นหรือแม้จะเป็นโครงสร้างความเป็นมนุษย์ต่างๆที่มีการเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดอย่างไรก็ตามนี้จึงเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่ง

ที่ในยุคปัจจุบันเราสามารถพบเห็นเรื่องราวต่างๆทางด้านความคิดของมนุษย์หรือไม่ใช่เป็นแนวคิดทางด้านต่างๆที่มีการพนันมีการปรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่องผู้คนส่วนใหญ่ในยุคปัจจุบันสามารถสร้างสรรค์ผลงานหรือไม่เช่นการปรับปรุงแนวคิดให้ดีมากยิ่งขึ้นตอนอายุปัจจุบันมนุษย์ต่างๆเป็นผู้ที่มีการพัฒนาทางด้านความคิด

หรือแม้จะเป็นการส่งต่อเรื่องราวต่างๆอีกมากมายงานศิลปะต่างๆได้ทุกรายการคิดวิเคราะห์หรือไม่ชัดเจน ในรูปแบบต่างๆในยุคปัจจุบันก็มีการเติบโตและมีการพัฒนาที่เพิ่มมากขึ้นอย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันต้องยอมรับว่างานศิลปะต่างๆที่ถูกพัฒนาและถูกเรียนรู้เพื่อส่งต่อเป็นรูปแบบที่ค่อนข้างน่าสนใจ

พวกยาเสพติดต่างๆที่ถูกพัฒนาและเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงการพัฒนาโครงสร้างการทำงานและการเรียนรู้ต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด มนุษย์มีความต้องการในการตอบสนองความต้องการตัวเองไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์แนวคิด

โดยการนำเสนอเรื่องราวต่างๆในยุคปัจจุบันการเผยแพร่รูปแบบต่างๆของงานศิลปะอย่างอื่นอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นรูปแบบในการนำเสนอโครงสร้างความเป็นอยู่หรือแม้จะเป็นลักษณะทางความคิดต่างๆของกิจกรรมต่างๆก็ถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด 

เพราะมนุษย์มีสิ่งที่เรียกว่าการเผยแพร่ทางวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นความรู้ความสามารถหรือไม่ได้ใช้แนวคิดต่างๆมนุษย์ก็สามารถถ่ายทอดเสียงต่างๆเหล่านี้ได้เป็นองค์ประกอบที่สำคัญทำให้มนุษย์มีการพัฒนา รูปแบบทางความคิดต่างๆหรือไม่ได้ด้วยการส่งต่อทองความเชื่อต่างๆ

ก็มีอีกหนึ่งบทบาทความสำคัญเกี่ยวกับงานศิลปะต่างๆอย่างไรก็ตามนี้จึงเป็นส่วนผสมในปัจจุบันเราสามารถพบเห็นเรื่องราวแนวคิดต่างๆได้ง่ายมากยิ่งขึ้นผ่านการเรียนรู้หรือไม่ว่าจะเป็นการพัฒนางานศิลปะต่างๆที่สร้างสรรค์ผลงานอย่างยอดเยี่ยมในยุคปัจจุบันที่เราสามารถเข้าถึงได้ง่ายมากยิ่งขึ้นนี่จึงเป็นส่วนสำคัญที่งานศพตามีการถ่ายทอดในรูปแบบที่มีการพัฒนาอยู่เสมอ 

 

สนับสนุนโดย.  huaydee

ตึกผีใจกลางกรุงย่านสาธรหรือสาธรยูนีคทาวเวอร์

เวลาเราพูดถึงเรื่องของตึกร้างใจกลางกรุงเทพหรือว่าตึกผีใจกลางกรุงที่คนส่วนใหญ่มักจะไปล่าท้าผีกันมันก็จะมีอยู่หลากหลายพื้นที่มากๆแต่ถ้าเอาสถานที่ดังๆที่เราได้ไปค้นหาข้อมูลมามันก็จะมีตั้งแต่สุสานเครื่องบินที่เขาว่ากันว่าเป็นสุสานที่รวมโครงสร้างหรือซากเครื่องบินที่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงจนมีผู้เสียชีวิตมากมายรวมอยู่ในนั้น

ซึ่งอาจจะเป็นห้างนิวเวิลด์ที่เขาว่ากันว่าเมื่อประมาณ20ถึง30ปีที่แล้วได้เกิดอุบัติเหตุชั้นถล่มลงมาจนทำให้มีคนเสียชีวิตเป็นจำนวนมากแล้วห้างนั้นก็ได้ถูกสั่งปิดในเวลาต่อมาจนกลายเป็นห้างร้างและกลายเป็นวังมัจฉาในปัจจุบันส่วนใหญ่เราก็จะได้ยินชื่อเสียงของห้างร้างหรือว่าตึกร้างเหล่านี้กันประมาณนี้

เนื่องจากนี้เราอยากจะบอกว่ามันยังมีตึกร้างที่น่าสนใจอยู่อีกหนึ่งตึกแล้วตึกนี้เป็นตึกที่ใครหลายๆคนได้ให้ความสนใจมากที่สุดในประเทศแล้วคนก็ต้องการบุกเข้าไปในสถานที่แห่งนี้มากที่สุดในประเทศเช่นกัน

โดยตึกที่เราพูดถึงตรงนี้นั่นก็คือตึกร้างกลางใจกรุงย่านสาธรหรือสาธรยูนีคทาวเวอร์ซึ่งสาธรยูนีคทาวเวอร์ที่เราพูดถึงตรงนี้ถ้าเอาตามข้อมูลคร่าวๆเขาได้บอกเอาไว้ว่าตึกสาธรยูนีคทาวเวอร์ตรงนี้เมื่อประมาณ20ปีก่อนเป็นคอนโดหรูใจกลางกรุงที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยสถาปนิกท่านหนึ่งที่มีชื่อว่า นายรังสรรค์ ต่อสุวรรณ

นอกจากนี้สาธรยูนีคทาวเวอร์ตรงนี้เป็นคอนโดใจกลางกรุงที่คนหลายๆคนในยุคนั้นคาดว่าน่าจะเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คที่ใครได้ขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุดของตึกนี้แล้วจะสามารถเห็นกรุงเทพมหานครได้หมดเลยแบบ360องศาและเขาว่ากันว่าตึกนี้น่าจะสวยงามมากที่สุดในประเทศในยุคนั้นถ้าหากว่าตึกนี้สร้างเสร็จนั่นเอง

ดังนั้นเราอยากจะบอกว่าเหตุกการณืที่ไม่คาดคิดมันก็เกิดขึ้นนั่นก็คือหลังจากที่มีโครงการก่อสร้างสาธรยูนีคทาวเวอร์ประมาณ2ปีในปี พ.ศ.2535นายรังสรรค์ ต่อสุวรรณหรือเจ้าของโครงการนี้เขาได้ถูกจับกุมในข้อหาจ้างฆ่าประธานศาลฎีกาจนต้องจำคุกเป็นเวลากว่า25ปี

จึงทำให้โครงการสาธรยูนีคทาวเวอร์ตรงนี้ต้องหยุดในการก่อสร้างลงและที่เศร้าไปกว่านั้นคือในช่วงเวลานั้นไม่กี่ปีได้เกิดเหตุการวิกฤตเศรษฐกิจที่โด่งดังที่สุดในโลกหรือวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งที่เรารู้จักกันจนมันก็เลยทำให้ตึกสาธรยูนีคทาวเวอร์ต้องทำการหยุดทำการก่อสร้างและหยุดกิจการทุกอย่างเกี่ยวกับตึกแห่งนี้ไป100%แต่ถูกปล่อยทิ้งร้างมาตั้งแต่อดีตจนมาถึงปัจจุบัน

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.    เว็บพนันต่างประเทศ ถูกกฎหมาย

ตำนานโนอาห์พระเจ้าผู้ล้างโลก

ซึ่งเรือโนอาห์ที่สร้างขึ้นมามันไม่ใช่เรือที่ธรรมดาด้วยมันเป็นเรือที่มีขนาดใหญ่ขนาดบรรจุคนและขนาดสัตว์ต่างๆมาบนโลกได้เลยนอกจากนั้นพระเจ้าก็ยังได้แสดงความเมตตาอีกด้วยพระองค์ได้บอกว่าให้โนอาห์ได้เอาเรื่องนี้ไปบอกทุกคนแล้วใครที่ได้ทำตามที่โนอาห์บอกก็ให้หนีขึ้นมาบนเรือพร้อมกับพวกเขา

นอกจากนี้โนอาห์ก็เลยทำตามที่พระเจ้าบอกเริ่มลงมือสร้างเรือเสร็จแล้วก็ประกาศให้ผู้คนในระแวกนั้นทราบว่าอีกไม่นานพระเจ้าทรงจะทำลายโลกนี้จะทำการเทน้ำลงมาแต่ด้วยความที่ว่าสมัยนั้นเองชาวบ้านยังไม่รู้จักกับฝนเลยคือโลกในสมัยก่อนจะยังไม่มีฝนตกลงมาชาวบ้านก็เลยรู้สึกว่าเรื่องที่โนอาห์พูดขึ้นมามันเป็นเรื่องที่งี่เง่าทุกๆวันที่โนอาห์ได้ทำการสร้างเรือก็จะมีคนเดินเข้ามาเยาะเย้ยหาว่าโนอาห์ทำเรื่องบ้าๆน้ำมันจะตกลงมาจากฟ้าได้ยังไงเพ้อเจ้อเรามาสนุกกันต่อ

ในขณะนั้นอารมณ์มันก็เหมือนลูกหมูสามตัวโนอาห์กับครอบครัวก็ได้ช่วยกันสร้างเรือลำใหญ่ถ้าได้ตีความจากพระคัมภีร์แล้วเรือลำนี้น่าจะมีความยาวเท่ากับเครื่องบินความยาวของเครื่องบินสองลำมาต่อกันเลยและหลายๆคนก็อาจจะสงสัยว่าเรือลำใหญ่ขนาดนี้แต่มีคนสร้างเพียงแค่8คนเท่านั้นมันจะเป็นไปได้ยังไงมันก็เป็นไปได้เพราะว่าเวลาที่โนอาห์นั้นได้ทำการสร้างเรือมันจะกินเวลายาวนานไปเกือบร้อยปีเลยสร้างไม่เสร็จก็ให้มันรู้ไป

นอกจากนี้ก็ยังมีคนสงสัยขึ้นมาอีกคำถามหนึ่งใช่ไหมก็คือร้อยปีมันไม่ตายก่อนเหรอเรื่องนี้มันก็ต้องบอกกันยาวเลยคือในพระคัมภีร์ไบเบิลได้ระบุเอาไว้ว่ามนุษย์ในยุคแรกๆจะเป็นมนุษย์ที่ยืนยาวนานมาก

โดยคนที่มีอายุมาที่สุดในพระคัมภีร์มีอายุไปถึง969ปีเลยแต่ทว่าหลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมโลกครั้งนี้ผ่านไปแล้วพระเจ้าก็ได้ทำการอัพใหม่พวกสิ่งของต่างๆที่พระเจ้ามองเห็นว่ามันไม่เหมาะสมก็ได้แก่ให้เพื่อที่มนุษย์จะได้มีอายุอยู่เพียงแค่120เท่านั้นเองคืออยู่นานไปก็ก่อบาปเยอะ

สิ่งนี้เองมันก็เลยเป็นสาเหตุผลที่ว่าทำไมมนุษย์ในยุคปัจจุบันถึงได้มีอายุอยู่ถึง120กว่าปีประมาณนี้ว่ากันว่าตอนที่โนอาห์ได้เริ่มทำการสร้างเรืออายุของเขาก็500ปีแล้วเมื่อโนอาห์ได้สร้างเสร็จก็600ปีแล้ว

เมื่อสร้างเรือเสร็จพระเจ้าก็ได้ให้โนอาห์รวบรวมสัตว์ต่างๆทั้งหลายที่อยู่บนโลกเลือกมาอย่างน้อยชนิดละคู่ในระหว่างที่กำลังรวบรวมสัตว์พระเจ้าก็ยังมีเมตตาอยู่บอกให้โนอาห์ไปบอกคนอื่นว่าถ้าใครกลับใจมาตอนนี้ก็ยังทันแต่ทว่าก็ไม่มีใครที่จะเชื่อโนอาห์เลยสักคนจนกระทั่งที่โนอาห์ปิดประตูเรือได้มีฝนตกลงมาหลายวันเหมือนที่พระเจ้าได้บอกเอาไว้จริงๆ

 

สนับสนุนโดย.    ชุดตรวจ hiv

ตํานานผานางร้องไห้ที่เกาะสีชังจังหวัดชลบุรี 

         ตรงบริเวณทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะสีชังนั้นจะมีช่องเขาแห่งหนึ่งซึ่งชาวบ้านเรียกช่องเขาตรงนั้นว่าช่องเขาขาดโดยช่องเขาแห่งนี้จะอยู่ตรงบริเวณด้านหลังของเกาะสีชังลักษณะของช่องเขาขาดแห่งนี้จะเป็นหน้าผาที่มีความสูงชันเป็นอย่างมาก

ซึ่งหน้าผาดังกล่าวนั้นชาวบ้านต่างก็มีการเรียกขานว่าเป็นผานางร้องไห้โดยมีตำนานที่เล่าถึงผานางร้องไห้ว่าในสมัยก่อนนั้นได้มีหนุ่มสาวคู่หนึ่งซึ่งรักกันอย่างมากและมักจะนัดกันมานั่งชมพระจันทร์ ในยามค่ำคืนตรงบริเวณริมชายหาดแห่งนี้อยู่เป็นประจำซึ่งต่อมาไม่นานฝ่ายชายนั้น

ได้ถูกให้ไปรับใช้ราชการด้วยการไปเป็นทหารทั้งคู่จึงให้คำมั่นสัญญากันว่าเมื่อเป็นทหารเสร็จแล้วจะกลับมาแต่งงานกันโดยฝ่ายชายนั้นบอกให้ฝ่ายหญิงรอและหากคิดถึงฝ่ายชายมากๆก็ให้ฝ่ายหญิงมานั่งชมพระจันทร์รอฝ่ายชายกลับมาเพื่อที่จะได้แต่งงานกันเมื่อฝ่ายชายจากไปแล้ว

ใจเย็นก็ยังคงคิดถึงฝ่ายชายจึงมักจะมานั่งชมพระจันทร์คนเดียวริมชายหาดนี้อยู่เป็นประจำแต่เมื่อผ่านไปหลายปีก็ยังไม่เห็นฝ่ายชายกลับมาจนเพื่อนฝูงที่ไปเป็นทหารพร้อมกับฝ่ายชายต่างพากันเดินทางกลับมาหมดแล้วเธอจึงได้สอบถามกับเพื่อนๆของฝ่ายชายจึงได้ความว่าฝ่ายชายนั้น

ปลดประจำการจากการเป็นทหารแล้วแต่เนื่องจากที่ไม่เดินทางกลับมายังหมู่บ้านนี้เพราะว่าฝ่ายชายเกิดไปเจอกับหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งเป็นคนที่หมู่บ้านศรีราชาแล้วเกิดหลงรักหญิงสาวคนดังกล่าวในที่สุดฝ่ายชายก็ได้ตัดสินใจแต่งงานกับหญิงสาวที่บ้านศรีราชาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

และใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันที่นั่นเมื่อฝ่ายหญิงนั้นรู้เรื่องเข้าก็เกิดความรู้สึกเสียใจในที่สุดเธอจึงได้ตัดสินใจปีนขึ้นไปบนหน้าผาตรงบริเวณที่เธอเคยมานั่งชมพระจันทร์อยู่เป็นประจำหลังจากนั้นก็กระโดดหน้าผาลงมาเสียชีวิตและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาหากคืนไหนเป็นคืนเดือนหงายชาวบ้านที่ผ่านไปผ่านมาตรงบริเวณ

ดังกล่าวมักจะได้ยินเสียงร้องโหยหวนของผู้หญิงคนหนึ่งที่มักจะร้องเป็นประจำทุกค่ำคืนยามคืนเดือนหงายทำให้ชาวบ้านต่างก็เชื่อกันว่าวิญญาณของหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นออกมาร้องไห้คร่ำครวญเสียใจถึงชายคนรักและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็ไม่มีใครเคยผ่านไปบริเวณหน้าผาดังกล่าวในช่วงตอนกลางคืนอีกเลยอีกทั้งยังมีการเรียกขานหน้าผากตรงดังกล่าวว่าผานางร้องไห้ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงมีการเรียกขานชื่อนี้กันอยู่นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.    สูตรหวยยี่กี

ตำนาน จ้าววังโนราห์ จระเข้ยักษ์กินคน แห่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี 

       เกี่ยวกับตำนานของจระเข้กินคนนั้นมีมากมายหลายตำนานด้วยกันและแต่ละตำนานนั้นก็อยู่กันคนละจังหวัดเช่นจังหวัดพิจิตรที่เป็นตำนานของจระเข้ยักษ์ชาละวัน  รวมถึงตํานานจระเข้ที่จังหวัดสมุทรสงคราม  และตำนานจระเข้ยักษ์กินคนจังหวัดสุราษฎร์ธานี   ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงตำนานจระเข้กินคนของจังหวัดสุราษฎร์ธานีกัน 

          เรื่องราวของจระเข้กินคนที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีนี้เกิดขึ้นที่คลองอิปัน ซึ่งเป็นคลองที่แยกออกมาจากแม่น้ำตาปี  ดูลักษณะของคลองอีปันนี้จะเป็นลักษณะของคลองที่มีความคดเคี้ยวเป็นอย่างมาก โดยในอดีตนั้นที่คลองแห่งนี้มีจระเข้มากมายหลายร้อยชีวิต เป็นแหล่งที่จระเข้ชุกชุมมากอันดับหนึ่งของภาคใต้เลยก็ว่าได้

ซึ่งที่คลองแห่งนี้มีการเรียกขานกันว่าเป็นวังโนรา ส่วนสาเหตุที่มีการเรียกร้องแห่งนี้ว่าวังโนรานั่นก็เพราะว่าในสมัยก่อนนั้นมีเรือสำเภาบรรทุกคณะมโนราห์แล่นผ่านมาที่คลองอิปัน ในขณะที่เรือสำเภากำลังแล่นไปในคลองอยู่นั้นจู่ๆก็มีจระเข้ตัวใหญ่มหึมาจู่โจมเรือสำเภาจนทำให้เรือสำเภาที่นั่นมานั้นเกิดร่วมลงผู้คนที่เป็นนักแสดงโนราต่างตกลงไปในแม่น้ำ

              และเป็นสาเหตุให้จระเข้ที่อยู่ในคลองดังกล่าวนั้นต่างพากันรุมกัดกินเนื้อของคนที่อยู่ในแม่น้ำจนหมดสิ้น  โดยชาวบ้านเล่าลือกันว่าตอนที่จระเข้กินคนที่ตกลงไปในคลองนั้นแม่น้ำทั้งสายต่างเป็นสีแดงเหมือนแม่น้ำเลือดเลยทีเดียว และนับตั้งแต่นั้นมาชาวบ้านจึงได้เรียกคลองแห่งนี้ว่าวังโนราจระเข้ที่ได้มีการล่มเรือสำเภาจนสามารถกินคนบนเรือสำเภาได้ทั้งหมดนั้นชาวบ้านเรียกว่าจ้าววังโนราห์  

และนี่คือตำนานของจ้าววังโนราห์จระเข้กินคน สาเหตุที่ชาวบ้านต่างเรียกจระเข้ตัวนี้ว่าเป็นจระเข้ยักษ์นั่นก็เพราะว่าจระเข้ตัวนี้สามารถล่มเรือสำเภาซึ่งมีขนาดใหญ่มากๆได้ดังนั้นโดนจระเข้ก็ต้องมีความใหญ่ขนาดใกล้เคียงกับเรือสำเภาเลยทีเดียวถึงสามารถที่จะทำให้เรือสำเภาคว่ำกลางแม่น้ำลำคลองได้นั่นเอง  หลังจากนั้นก็ยังคงมีเหตุการณ์ที่ชาวบ้าน ถูกจ้าววังโนราจะกินอยู่เป็นประจำ 

              สร้างควาหวาดกลัวให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก  ว่ากันว่าจ้าววังโนรา ติดใจในรสชาติของเนื้อมนุษย์จึงได้ออกอาละวาดจะกินเนื้อมนุษย์ที่สัญจรผ่านไปมาในคลองแห่งนี้อยู่เป็นประจำ ในที่สุดผู้ใหญ่บ้านก็ได้มีการประกาศสร้างคนมาปราบจระเข้ยักษ์กินคนอย่างไรก็ตามในที่สุดก็มีคนสามารถปราบจระเข้จ้าววังโนราห์นี้ได้โดยคนสักจระเข้นั้นชื่อว่าโอม  ชุมทอง  และหลังจากนั้นชื่อของ จ้าววังโนราก็กลายมาเป็นตำนานของจังหวัดสุราษฎร์ธานี

 

สนับสนุนโดย  v9bet

ค้นพบสุสานอียิปต์โบราณอายุมากกว่า 2, 500 ปีมีโลงศพในนั้นถึง 13 โลงด้วยกัน 

       เมื่อวันที่ 8 เดือนกันยายนปีพุทธศักราช 2563 มีการพูดถึงกันในโลกออนไลน์  เกี่ยวกับเรื่องของการที่มีการไปพบแหล่งโบราณคดีซึ่งเป็นสุสานที่ประเทศอียิปต์โดยการค้นพบในครั้งนี้ค้นพบที่กลางทะเลทรายในเมือง ซัคคารา ซึ่งสุสานแห่งนี้เป็นสุสานขนาดใหญ่อยู่กลางทะเลทรายเลยทีเดียวและเมื่อนักวิทยาศาสตร์ได้รวมตัวกันไป

ขุดสุสานดังกล่าวขึ้นมาก็พบว่ามีโรงศพซึ่งเป็นลักษณะของโรงไม้แบบโบราณอยู่ภายใต้สุสานเป็นจำนวนมากโดยสามารถนับได้ถึง 13 โลงด้วยกัน และแน่นอนว่าจากการสำรวจโลงศพแต่ โลงนั้น สภาพของโรงศพนั้น ยังคงความสมบูรณ์เอาไว้  อีกทั้งโลงศพทั้ง 13 โลงศพนั้น

ก็ได้มีการปิดผนึกไว้เป็นอย่างดีเรียกได้ว่าสภาพที่เห็นนั้นสมบูรณ์มากๆแต่เมื่อมีการตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องของอายุแล้วพบว่าโลงศพนี้มีอายุมามากกว่า 2500 ปีแล้วซึ่งนับได้ว่าเป็นการค้นพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่อย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อนโดยปกติแล้วการค้นพบโลงศพของฟาโรห์ของประเทศอียิปต์นั้นปกติจะพบแค่สุสานละ 1 โลงศพเพียงเท่านั้นแต่ครั้งนี้เป็นการพบแบบหมู่ซึ่งมีมากถึง 13 โลงกันนับได้ว่าเป็นสุสานที่มีขนาดใหญ่อย่างมากเลยทีเดียว 

       สำหรับการค้นพบโลงศพในครั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์ที่ได้เข้าไปสำรวจระบุว่าสภาพโดยรวมแล้วทุกอย่างสมบูรณ์แบบมากๆขนาดสีที่ใช้ทาโลงศพก็ยังไม่จางหายไปทางด้านนักวิทยาศาสตร์ยังสามารถมองเห็นได้ว่าสีต่างๆที่มีการออกแบบหรือลวดลายต่างๆบนโลงศพนั้น

ยังคงมีอยู่ให้เห็นอย่างชัดเจนอย่างไรก็ตามแต่การค้นพบในครั้งนี้ยังไม่มีความสมบูรณ์เนื่องจากว่าทางด้านนักวิทยาศาสตร์ที่เข้าไปค้นสุสานโบราณแห่งนี้ต่างก็ยังเห็นว่ายังมีอีกหลายจุดที่ยังไม่ได้ค้นหาและยังเห็นว่ามีอีกประมาณ 3 จุดที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นโพรงขนาดใหญ่

ซึ่งถ้าหากมีการขุดเข้าไปก็อาจจะพบโลงศพเป็นจำนวนมากก็เป็นไปได้ดังนั้นทางด้านนักวิทยาศาสตร์และนักโบราณคดีจึงพากันที่จะเข้าไปสำรวจเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมว่าท้ายที่สุดแล้วโรงศพของฟาโรห์จะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมดเท่าไหร่สำหรับทะเลทรายของเมืองซัคคาร่าแห่งนี้ผู้คนส่วนใหญ่ต่างเชื่อกันว่าแต่เดิมนั้นที่นี่คือเมืองเมมฟิสเป็นสถานที่ที่ฟาโรห์ทุกพระองค์จะต้องมีการมาสร้างสุสานเอาไว้

ซึ่งเมืองเมมฟิสนั้นในอดีตนับได้ว่าเป็นเมืองหลวงของประเทศอียิปต์เลยก็ว่าได้  โดยปกติแล้วเวลาที่ฟาร์โรจะฝังตัวเองนั้นจะต้องมีลูกน้อง ข้าราชบริพาร ตายตามมาเฝ้าด้วย ซึ่งต้องรอนักโบราณคดี สำรวจด้านในโลงศพว่าศพเหล่านั้นเป็นศพของใคร

 

สนับสนุนโดย  สูตรหวยยี่กี ruay